Ep.1 จะรู้ได้ไงว่าเทพ พระเจ้า เทพี ประจำตัวของตัวเองคือใคร (ไม่ใช้หมอดู ไม่ใช้คนนอก)
จะรู้ได้ไงว่าเทพ พระเจ้า เทพี ประจำตัวของตัวเองคือใคร ระบบมันทำงานยังไงนะ พระเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ เทพ เทพีอะไรแบบนี้เค้าเลือกเราหรอ แบบ อุ้ย ชอบคนนี้จัง เดี๋ยวข้าให้พรเจ้ามนุษย์คนนี้ดีกว่า…โอเค มาค่ะ เข้าเรื่องสักที 5555
เพราะต่อให้เรารู้ว่า Macrocosm คืออะไร Microcosm คืออะไร หรือระบบ Syncretism ของอุษาคเนย์ทำงานยังไง แต่พอถึงจุดที่ต้องตอบคำถามว่า…แล้วฉันควรเริ่มกับใคร? ทุกคนก็จะเกาหัวแกรกๆ สะดุดขาตัวเองกันตรงนี้แหละค่ะ
(สำหรับใครที่มีความเชื่อแบบพระเจ้าองค์เดียว ลองย้อนกลับไปอ่านข้างบนของฉบับเต็มที่นี่หน้าเว็บนะคะ เพราะหนึ่งในเรื่องที่ชวนสับสนที่สุดเวลาเราก้าวเข้ามาดูฝั่ง Devotional Polytheism (การบูชาเทพหลายองค์) หรือแวดวงเพแกนร่วมสมัย ระบบคิดของมันจะแตกต่างจากศาสนากระแสหลักที่มีพระเจ้าองค์เดียว (Monotheism) ที่มักจะมีกฎเกณฑ์ชัดเจน หรือระบบกรรม/สายใยแบบฝั่งเอเชียอยู่พอสมควรเลย)
กลับมาที่คำถามที่ว่าเราเลือกเทพ หรือเทพเลือกเรา? และเค้าชอบเราเลยอยากให้พรจริงไหม? บลูมองเรื่องนี้แยกออกเป็น 4 ระบบหลัก ๆ ที่ทำงานดังนี้ (อาจจะมีมากกว่านี้ แต่ตอนนี้นึกออกแค่นี้)
1. ระบบเทพเลือกเรา (The Gods Choose Us / Patron Deity)
แนวคิ ดนี้ใกล้เคียงกับสิ่งที่บลูบอกเลยว่า อุ้ย ชอบคนนี้จัง แต่ในความเป็นจริง มันไม่ได้มาในสไตล์เลือกเพราะเอ็นดูแล้วแจกพรฟรีเหมือนซานตาคลอส แต่มันทำงานผ่าน
สายใยและเคมีที่ตรงกัน (Affinities & Resonance) เทพเจ้าแต่ละองค์มีพลังงาน (Essence) หรือโดเมนที่ทรงดูแลเด่นชัด ( เช่น สงคราม, ศิลปะ, ความตาย, ธรรมชาติ, ปัญญา) บางครั้งจิตวิญญาณ ตัวตน หรือบาดแผลในใจ ของเรา ณ ช่วงชีวิตนั้น มันไปดึงดูดหรือสอดคล้องกับพลังงานของเทพองค์นั้น ๆ เข้า
สัญญาณเรียก (The Calling / Signs) เทพเจ้าฝั่งตะวันตกมักไม่มาปรากฏกายให้เห็นโต้ง ๆ (ยกเว้นในนิมิตหรือฝันที่ชัดเจนมาก) แต่จะมาในรูปแบบของความบังเอิญที่ถี่เกินไป (Synchronicities) เช่น อยู่ ๆ เราก็เดินไปเจอสัญลักษณ์ของพระองค์ซ้ำ ๆ (รูปปั้น สัตว์ประจำพระองค์ การเอ่ยถึงในหนังสือ 10 เล่มในสัปดาห์เดียว) หรือเกิดความรู้สึกหลงใหลในอารยธรรม อิทธิพล หรือเรื่องราวของเทพองค์นี้อย่างรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ
การเรียกเพื่อใช้งาน/ฝึกฝน (Not just for blessings naka) โลกทัศน์แบบ Polytheism มองว่า เทพไม่ได้เลือกเราเพื่อมาประคบประหงม แต่เลือกเพราะเรามีศักยภาพที่จะเติบโตหรือทำภารกิจบางอย่างร่วมกับพระองค์ได้ การเข้ามาของเทพเจ้าประจำตัว (Patron) บางครั้งจึงไม่ได้มาพร้อมพร แต่มาพร้อมบททดสอบชีวิตที่หนักหน่วง เพื่อเคี่ยวกรำให้เราดึงศักยภาพที่แท้จริงออกมา (เช่น เทพสาย Shadow อย่างพระแม่กาลี เทพีเฮคาเต ไม่เคยมาในรูปแบบของของขวัญติดริบบิ้นหลวมๆ พร้อมแกะ แต่มักเข้ามาในชีวิตช่วงที่เกิดความพังทลายเพื่อช่วยเราสร้างตัวตนใหม่ ซึ่งคนปฏิบัติจริงจะเข้าใจจุดนี้ดีมากๆ)
2. ระบบเราเลือกเทพ (We Choose the Gods)
อันนี้แหละค่ะ คือสิ่งที่ Galina Krasskova เน้นย้ำมากในหนังสือ Devotional Polytheism ในระบบนี้ เราไม่ต้องนั่งรอให้สวรรค์เปิดหรือมีปาฏิหาริย์ส่งสัญญาณมาบอกว่าใครคือเทพประจำตัว แต่เราสามารถเป็นฝ่ายเลือกเสาะหาและเข้าหาพระองค์ก่อนได้เลย ไม่ต้องรอให้ฟ้าส่งสัญญาณ ซึ่งสำหรับคนเดี๋ยวนี้ที่ชีวิตยุ่งๆ การรอสัญญาณจากเทพอาจทำให้เรารอไปจนตายเลยก็ได้
เริ่มต้นจากความเคารพและความสนใจ ถ้าเราอ่านตำนานเทพกรีก นอร์ส อียิปต์ หรือฮินดู แล้วรู้สึกถูกชะตา ชอบมาก ขนลุกก หรือนับถือแนวคิด วิถีชีวิต หรือความเก่งกาจของเทพองค์ไหนเป็นพิเศษ นั่นคือเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่เราจะเริ่มตั้งโต๊ะบูชาพระองค์ (จะบอกว่ามันคือจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ แล้วค่ะ เพราะในทาง Jung สิ่งที่เราหลงใหลโดยไม่มีเหตุผล มักจะมีเรื่องของจิตไร้สำนึกซ่อนอยู่)
ระบบความสัมพันธ์แบบต่างตอบแทน (Reciprocity / Do ut des) เป็นระบบคิดโบราณของกรีก-โรมัน แปลตรงตัวว่า ฉันให้ เพื่อให้ท่านให้ตอบรับ มันทำงานเหมือนความสัมพันธ์ของมนุษย์เลยค่ะ ไม่ใช่การกราบกรานอ้อนวอนอย่างเดียว แต่อยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทำให้เห็นว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นแค่เหยื่อหรือผู้ขอ แต่เป็นผู้มีเจตจำนงอิสระ (Agent) ที่เข้าไปเสนอความสัมพันธ์อย่างเกียรติและเคารพ ซึ่งเปลี่ยนแนวคิดจากการมูเพื่อขอ ไปสู่การร่วมสร้าง (Co-creation ที่บลูย้ำบ่อยๆ) เราอาจเริ่มด้วยการให้ก่อน เช่น ให้อาหารถวาย (Offerings), ให้คำสรรเสริญ, หรือพัฒนาตัวเองในโดเมนที่พระองค์ดูแล (เช่น ถ้าบูชาเทพีแห่งศิลปะ เราก็ตั้งใจฝึกวาดรูป) เราอาจจะจุดธูป 1 ดอก บอกชื่อ-นามสกุล บอกว่าหนูขอทำความรู้จักกับท่านนะคะ ถวายน้ำสะอาด หรือดอกไม้สักดอก หรือถ้าไม่อยากตั้งโต๊ะบูชา ก็แค่อุทิศเวลาให้กับเรื่องนั้น เช่น ถ้าสนใจเทพีอาเธน่า ก็ลองฝึกสมาธิหรืออ่านหนังสือหนักๆ สัก 1 ชั่วโมงแล้วบอกว่า..หนูขออุทิศเวลานี้แด่ท่าน และเมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์และสายสัมพันธ์จะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น จากเทพที่เราเลือกบูชาเฉย ๆ วันหนึ่งพระองค์อาจจะกลายมาเป็นเทพประจำตัวที่คอยเกื้อหนุนเราจริง ๆ ก็ได้ (ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และน่ารักมากๆ)
3. ระบบที่เชื่อว่ามีเทพประจำตัวตั้งแต่เกิด (คล้ายระบบแรก)
อันนี้พบในหลายวัฒนธรรม เช่น เทพประจำวันเกิด / เทพประจำราศี / เทวดาประจำตัว / Guardian Angel / Spirit Guide แนวคิดคือทุกคนมีผู้คุ้มครองอยู่แล้ว เราไม่ได้เลือก และเขาก็ไม่ได้เพิ่งเลือกเรา แต่... ปัญหาคือแต่ละระบบบอกไม่ตรงกันเลย เกิดวันเดียวกันฮินดูบอกองค์หนึ่ง โหราศาสตร์ตะวันตกบอกอีกแบบ ญี่ปุ่นบอกอีกแบบ จีนบอกอีกแบบ จึงไม่มีหลักฐานว่าระบบไหนจริง
ส่วนตัวบลูไม่ซื้อระบบนี้เท่าไร แค่เป็นช่องทางเข้าถึงที่ง่าย เหมือนเข้าร้านอาหารตามสั่งแล้วสั่งข้าวไข่ดาวนั่นแหละค่ะ (ไข่ดาวไม่ผิด ไข่ดาวไม่ได้สิ้นคิด แต่มันนึกออกง่ายที่สุดเวลาไม่รู้จะกินอะไร)
4. เทพคือภาษาเชิงสัญลักษณ์ของจิต ระบบสัญลักษณ์และพลังงานแม่แบบ (Archetypal System)
ข้อนี้คือหมัดเด็ดที่ทำให้ทุกอย่างอธิบายได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล การมองว่าเทพคือ Archetype ในจิตไร้สำนึกร่วม (Collective Unconscious) ช่วยตอบคำถามได้เลยว่า ทำไมบางช่วงชีวิตที่เรากำลังต้องการความเด็ดขาด เราถึงรู้สึกอินกับพระแม่กาลีเป็นพิเศษ เพราะมันคือจิตใต้สำนึกของเราเองที่กำลังเรียกหาพลังงานด้านนั้นมาเยียวยาหรือขับเคลื่อนชีวิต
ในเชิงสัญลักษณ์วิทยาระบบนี้คือระบบจัดหมวดหมู่พลังงานในชีวิต โดยแทนค่าปัญหา หรือเป้าหมายของมนุษย์ผ่านองค์เทพ/สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ละองค์ เช่น
อยากได้ปัญญา/แก้ปัญหาชีวิต จูนกับพระพิฆเนศ
อยากได้ความรัก/ความอุดมสมบูรณ์ จูนกับพระแม่ลักษมี
อยากได้ความปลอดภัย/แคล้วคลาด จูนกับท้าวเวสสุวรรณ
(อันนี้น่าสนใจมาก ถ้ามองแบบปู่ Carl Jung เทพแต่ละองค์ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งมีชีวิตภายนอก แต่เป็น Archetype ค่ะ)
แล้วในทางปฏิบัติล่ะ คนหาเทพประจำตัวยังไงบ้าง?
ก่อนอื่น บลูขอพูดแบบตรงไปตรงมา สิ่งที่กำลังจะอ่านต่อไปนี้มันไม่มีวิธีที่พิสูจน์ได้ 100% ในทุกวิธีที่เราใช้กัน เช่น ดูวันเกิด ดูดวง ฝัน นิมิต ไพ่ คนทรง หมอดู ทั้งหมดนี้ล้วนตั้งอยู่บนสมมติฐานของระบบความเชื่อนั้น ๆ ไม่มีวิธีที่เป็นกลางซึ่งตรวจสอบได้ว่าคำตอบนั้นถูกต้อง แต่ถ้าถามว่าในทางปฏิบัติ คนเลือกกันยังไง บลูสรุปคร่าวๆ ว่ามันมีอยู่ 4 แบบ (จริงๆ อาจจะมีมากกว่านี้ แต่เพื่อให้เห็นภาพรวม)
จากวัฒนธรรม (ครอบครัวนับถือ)
จากประสบการณ์ส่วนตัว (รู้สึกได้รับความช่วยเหลือ)
จากความชอบและแรงดึงดูด
จากการตีความนิมิตหรือสัญญาณ
ถ้าเราอยากรู้ว่าตอนนี้มีใครกำลังเคาะประตูเรียก หรือเราควรจะหันไปหาใคร ในทางป ฏิบัติของเหล่าคนที่ทำงานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้า หรือสายจิตวิญญาณร่วมสมัย (เช่น แวดวง Modern Paganism / Devotional Polytheism) การค้นหาเทพประจำตัว (Patron Deity / Spiritual Mentor) เขาจะไม่ได้นั่งเหม่อรอให้สวรรค์เปิดอย่างเดียว แต่มีกระบวนการที่พอบลูลองรวบรวมและคลี่ดูแล้วจะเป็น 5 ขั้นตอนหลักดังนี้ค่ะ
1. สืบค้นภายในตัวเองและการสังเกตสัญลักษณ์นั้นๆ (Internal Mapping)
สายนี้เขาเริ่มจากข้างในออกไปข้างนอก ไม่ใช่การวิ่งไปให้คนอื่นชี้นิ้วบอกตั้งแต่แรก **หมดโควต้าตัวอักษร อ่านเพิ่มเติมหน้าเว็บ**










































