Automatically translated.View original post

Bluetecboost to play Songkran Does the oil reduce a lot?

4/17 Edited to

... Read moreหลังจากลองใช้ Bluetecboost (บลูเทคบูส) รอบนี้ สิ่งที่อยากแชร์เพิ่มสำหรับคนที่กำลังลังเลคือ “ควรคาดหวังผลยังไง” และ “ใช้ยังไงให้เห็นความต่างแบบแฟร์ๆ” เพราะหลายคนเสิร์ชคำเดียวกันเลยว่า บลูเทคบูสช่วยประหยัดน้ำมันจริงไหม 1) ความรู้สึกหลังเติมที่เจอบ่อย ของผมคือฟีลคันเร่งมันเบาขึ้น อัตราเร่งมาไวกว่าเดิมนิดนึง โดยเฉพาะตอนออกตัว/เร่งแซง เหมือนเครื่องตอบสนองไวขึ้น (ไม่ได้บอกว่าแรงขึ้นเป็นเท่าตัวนะ แต่รู้สึกได้ว่ามันลื่นกว่าเดิม) จุดนี้สอดคล้องกับที่ผมขับช่วง 18:00–21:00 ยาวๆ ไม่ค่อยได้จอดไม่ดับรถ พอขับต่อเนื่องมันยิ่งจับความต่างง่าย 2) เรื่อง “ประหยัดน้ำมัน” ต้องดูแบบไหน การที่ขับ 40–50 กม. แล้วน้ำมันลดแค่ขีดเดียว มันเป็นสัญญาณที่ดี แต่แนะนำให้ดูผลแบบเป็นถังมากกว่า เช่น เติมเต็มถังเหมือนเดิม แล้วใช้ให้ใกล้หมดถัง 1 รอบ จากนั้นค่อยเทียบอัตราสิ้นเปลือง (กม./ลิตร หรือค่าเฉลี่ยหน้าปัด) เพราะขีดน้ำมันบางคันความละเอียดไม่เท่ากัน และขึ้นอยู่กับทางที่วิ่ง/รถติด/การเปิดแอร์ด้วย 3) วิธีลองแบบไม่หลอกตัวเอง - เลือกเส้นทางเดิมๆ ที่เราขับประจำ (ไปทำงาน/กลับบ้าน) จะเทียบง่ายสุด - ขับด้วยสไตล์เดิม คันเร่งเท่าเดิม ไม่ตั้งใจขับประหยัดเป็นพิเศษ - บันทึกเลขไมล์ก่อนเติม และจดว่าขับกี่วัน/กี่กม. ต่อ 1 ถัง 4) เติมตอนไหนถึงเหมาะ ผมชอบเติมก่อนมีทริปยาวๆ หรือช่วงที่จะขับต่อเนื่อง เพราะการวิ่งยาวทำให้เครื่องทำงานนิ่งและเห็นอัตราสิ้นเปลืองชัดกว่า (ขับติดๆ ดับๆ ในเมืองบางทีดูยาก) 5) ข้อควรระวังเล็กๆ ถ้ารถมีอาการเครื่องสั่น ไฟโชว์ หรือระบบหัวฉีด/แคตตาไลติกมีปัญหาอยู่แล้ว การใช้สารช่วยอาจไม่ใช่คำตอบหลัก แนะนำเช็กสภาพรถก่อน จะได้ไม่คาดหวังเกินจริง สรุปในมุมผม Bluetecboost (บลูเทคบูส) ให้ฟีล “คันเร่งลื่นและอัตราเร่งดีขึ้น” และเรื่องประหยัดน้ำมันมีแววดี แต่ถ้าอยากตอบให้ชัด แนะนำลองเก็บตัวเลขแบบ 1 ถังเต็มต่อ 1 ถังเต็ม จะรู้เลยว่าคุ้มกับการใช้ต่อไหมครับ/ค่ะ