CEO=Chief Everying Officer ทำทุกอย่างค่ะ
ในโลกของการทำธุรกิจสมัยใหม่ บทบาทของ CEO ไม่ได้จำกัดแค่การบริหารองค์กรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป บางคนอาจต้องรับบทเป็น "Chief Everything Officer" หรือ CEO ที่ทำทุกอย่างเองจริงๆ ซึ่งประสบการณ์นี้ทำให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง การที่ต้องรับผิดชอบงานทุกอย่าง ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ การสร้างสรรค์คอนเทนต์ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับทีม KOL และผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ต้องมีทักษะหลากหลายและความยืดหยุ่นสูง เช่น การจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการสื่อสารที่ชัดเจน สิ่งที่อยากแชร์คือ การเป็น CEO ที่ทำทุกอย่างช่วยให้เข้าใจทุกฟังก์ชันในองค์กรได้ลึกซึ้งขึ้น ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจมีข้อมูลครบถ้วนและแม่นยำมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานด้วย เพราะทุกคนเห็นว่าผู้นำของตนเองก็ลงมือทำงานจริง ไม่ใช่แค่สั่งงานอย่างเดียว อย่างไรก็ดี การทำงานลักษณะนี้ก็มีข้อเสีย คือความเหนื่อยล้าที่สูงและความเสี่ยงในการเกิดความเครียดสะสม ดังนั้นควรตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนและจัดลำดับความสำคัญของงานให้เหมาะสม รวมถึงอย่าลืมหาวิธีดูแลสุขภาพกายใจไปพร้อมกันด้วย สำหรับใครที่อยากลองรับบท CEO แบบนี้ แนะนำให้เริ่มจากการเรียนรู้ทักษะต่างๆ ในหลายๆ ด้าน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน เพื่อสร้างสมดุลที่ดีระหว่างความรับผิดชอบและการดูแลตัวเอง
