เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า 3ฟังก์ขั่น
📍ปรับได้ 3ระดับ
-ปรับพนักพิง
-ปรับบริเวณช่วงขา
-ปรับสูง-ต่ำ
📍รองรับน้ำหนักได้ 150 กิโล
📍ราวสไลค์
📍มีประกัน 1 ปี#เตียง2ไกร์แพร่
จากที่ลองใช้/แนะนำให้หลายบ้าน “เตียงพยาบาลไฟฟ้า” จะช่วยลดภาระคนดูแลได้เยอะมาก โดยเฉพาะบ้านที่ต้องพลิกตัวผู้ป่วย เปลี่ยนท่าทางบ่อย ๆ หรือมีผู้สูงอายุลุกนั่งยากค่ะ จุดที่ควรดูให้ครบก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ราคา แต่เป็นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การดูแลจริง 1) 3 ฟังก์ชันหลักใช้ทำอะไรได้บ้าง - ปรับพนักพิง: ช่วยให้ผู้ป่วยนั่งพิงทานอาหาร อ่านหนังสือ หรือทำกายภาพเบา ๆ ได้ ลดสำลักและลดการไหลย้อนในบางเคส - ปรับช่วงขา: เวลาอยากยกขาเพื่อช่วยเรื่องบวม/เมื่อย หรือปรับให้นอนสบายขึ้น จะต่างจากเตียงธรรมดามาก - ปรับสูง-ต่ำ: อันนี้เป็นตัวช่วยคนดูแลสุด ๆ ปรับให้สูงเวลาทำแผล เช็ดตัว เปลี่ยนผ้าอ้อม จะไม่ต้องก้มมาก ลดปวดหลัง และปรับให้ต่ำเวลาผู้ป่วยจะลงเตียง ลดความเสี่ยงล้ม 2) เรื่องความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม เตียงที่มี “ราวกันตกแบบสไลด์” จะช่วยกันพลัดตกเตียง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เผลอพลิกตัวตอนกลางคืน แนะนำให้เช็กว่ารางเลื่อนลื่นไหม ล็อกแน่นไหม และขอบราวไม่คมเพื่อไม่ให้เกิดแผลถลอก 3) รองรับน้ำหนัก 150 กก. เพียงพอไหม โดยทั่วไป 150 กก. ถือว่าใช้งานได้ครอบคลุมหลายรูปร่าง แต่ถ้าผู้ป่วยตัวใหญ่หรือมีการลงน้ำหนักแรง ๆ บ่อย (เช่น ลุกพยุงขอบเตียง) แนะนำสอบถามโครงสร้างเตียง วัสดุฐานรอง และความแข็งแรงของมอเตอร์เพิ่มเติม จะอุ่นใจกว่า 4) เช็กการใช้งานจริงก่อนซื้อ (จากประสบการณ์) - ลองกดรีโมตทุกปุ่ม: ปรับขึ้นลงแล้วเสียงมอเตอร์ดังไหม กระตุกไหม - ดูความเร็วในการปรับ: ไม่ควรช้าจนรอนาน และไม่ควรเร็วกระชาก - ดูความสูงต่ำสุด/สูงสุด: ให้เหมาะกับความสูงคนดูแลและความสูงเตียงเดิมในบ้าน - ถ้าต้องย้ายห้องบ่อย: ลองถามเรื่องล้อ ล็อกล้อ และการเข็นผ่านธรณีประตู 5) ประกัน 1 ปีควรถามอะไรบ้าง ประกันครอบคลุมมอเตอร์ รีโมต และค่าแรงหรือไม่ มีบริการหลังการขาย/ซ่อมถึงบ้านไหม และระยะเวลานัดช่างกี่วัน เพราะเตียงพยาบาลไฟฟ้าเป็นของที่ต้องใช้ต่อเนื่อง ถ้าพังแล้วรอนานจะลำบากค่ะ สรุปคือ ถ้ากำลังหาเตียงพยาบาลไฟฟ้าแบบ 3 ฟังก์ชัน ให้ดูเรื่องปรับสูง-ต่ำ ราวสไลด์ ความนิ่งของมอเตอร์ และเงื่อนไขประกันเป็นหลัก พอเลือกได้เหมาะกับบ้าน จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยสบายขึ้นมากจริง ๆ (แนวรีวิวจากการใช้งาน)