อิ่มแต่ไม่หยุดกิน อาจเป็นสัญญาณว่าเราเป็น Binge Eating

ตอนแรกเรามีอาการกินไม่หยุด กินทั้งวัน หิวก็อยากกิน จนกระทั้งมารู้ตัวอีกทีคือของกินเต็มโต๊ะ

จนเรามาลองหาสาเหตุเลยพบว่ามันมีโรคชนิดนี้อยู่ คือโรคกินไม่หยุด

เราจึงลองมานึกพฤติกรรมตัวเองว่าเป็นบ่อยไหม มีอาการยังไง สรุปคือเรา เราชอบเป็นตอนเครียดเรื่องงาน และตอนช่วงก่อนมีประจำเดือนตลอด เราเบาใจ เพราะว่าเราไม่ได้เป็นโรคเราแค่กินตามอารมณ์ มันเป็นกลไกการรับมือ ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับความรู้สึก เช่น เครียดก็ต้องหาของกินแก้เครียด

พอเราได้กินของอร่อย สมองจะหลั่งสารความสุข เราก็จะหายเครียด

🤤โรคกินไม่หยุด – Binge Eating Disorder (BED) คือ อาการรับประทานอาหารปริมาณมากผิดปกติโดยที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ผู้ที่มีอาการโรคกินไม่หยุดนี้ มักมีการรับประทานอาหารปริมาณมากกว่าปกติแม้ไม่รู้สึกหิว และไม่สามารถควบคุมการรับประทานของตนเองได้

😷สังเกตคนที่มีอาการเสี่ยง “โรคกินไม่หยุด (BED)”

-รับประทานอาหารมากกว่าปกติ แม้ไม่หิว

-หยุดรับประทานไม่ได้แม้จะอิ่มแล้วก็ตาม

-รับประทานอาหารปริมาณมากๆ อย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่นาน

-อาจมีอาการข้างต่นตั้งแต่ 1-3 ครั้ง/สัปดาห์

-มักรู้สึกผิด เศร้า โกรธ ละอายใจ รังเกียจ หรือโทษตนเองที่รับประทานมากเกินไป

โรคนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังอย่างโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด🫀

#lemon8ไดอารี่ #ประสบการณ์ลดน้ําหนัก #ลดน้ําหนัก #ถามตอบสุขภาพ #ลดความอ้วนเพื่อสุขภาพ

3/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การใช้ชีวิตและการสังเกตตัวเอง เรื่องโรคกินไม่หยุด หรือ Binge Eating Disorder (BED) เป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรใส่ใจอย่างมาก เพราะหลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแค่อาการกินตามอารมณ์ธรรมดา แต่จริง ๆ แล้ว BED มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจาก Emotional Eating ชัดเจน เช่น การกินในปริมาณมากผิดปกติในเวลาอันสั้น และความรู้สึกไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ผมเคยลองสังเกตตัวเองว่าช่วงไหนที่มีอาการกินไม่หยุดชัดเจน พบว่าเป็นช่วงที่เครียดจัด หรือตอนก่อนมีประจำเดือน ทำให้รู้สึกอยากกินอาหารทันทีเพื่อปลอบประโลมอารมณ์ ซึ่งถ้าเป็นแค่ในช่วงเวลาสั้น ๆ และสามารถบังคับตัวเองหยุดได้ก็จะเป็น Emotional Eating แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรู้สึกผิด หรือรังเกียจตัวเองหลังจากกินมากเกินไป อาจเป็นสัญญาณของ BED โรคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของพฤติกรรมเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว เช่น เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจด้วย ดังนั้นการรู้เท่าทันและสังเกตอาการตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับใครที่สงสัยว่าตัวเองมีอาการ BED คำแนะนำคือให้ลองจดบันทึกพฤติกรรมการกินอาหารและอารมณ์ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย หากมีอาการกินไม่หยุด สัปดาห์ละ 1 ครั้งขึ้นไป ติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำและดูแลอย่างเหมาะสม สุดท้าย การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันก็มีส่วนช่วยได้ เช่น ฝึกการจัดการความเครียดด้วยวิธีที่ไม่เกี่ยวกับอาหาร เช่น ออกกำลังกาย ทำสมาธิ หรือหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ รวมทั้งพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดการกินมากเกินไปโดยไม่จำเป็น การเข้าใจและให้ความสำคัญกับโรค Binge Eating จะช่วยให้เรารู้จักดูแลสุขภาพทั้งกายและใจได้ดียิ่งขึ้น และไม่ปล่อยให้ปัญหาการกินนี้กลายเป็นอุปสรรคต่อชีวิตสุขภาพในระยะยาว

ค้นหา ·
สาเหตุกินไม่หยุด