‘ #พิธา ’ หยอดทุกดอก ถามชาว ‘ #บางแสน ’ หรือ ‘บางส้ม’ บอก ไม่ได้หนีร้อนหรือหนีรัก! แต่หนีหิมะมาหา ปลุกกระแส ‘คลื่นสีส้ม’ ถล่มชลบุรี ประกาศภารกิจใหญ่ ‘ล้มยักษ์’ ยึดเก้าอี้ ‘รมว.แรงงาน’ มาเป็นของ ‘ปชน.’ ลั่น ครั้งนี้ต้องยกจังหวัด 10 เขต ส่ง ‘เท้ง’ เข้าทำเนียบฯ เปลี่ยนประเทศ
วันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่หน้าศาลเจ้าพ่อแสน หาดบางแสน จ.ชลบุรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงประชาชน ขึ้นปราศรัยบนรถแห่ ช่วยผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน หาเสียง
นายพิธา ทำสัญลักษณ์เป็นรูปหัวใจให้กับผู้มาฟังการปราศรัย ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงออดอ้อนว่า “นี่บางแสน หรือบางส้มเนี่ย“
นายพิธา กล่าวต่อว่า วันนี้กลับมาหาเสียงอีกครั้งด้วยความทรงจำที่มีร่วมกันกับชาวชลบุรี คลิปทะเลดาวอยู่ที่บางแสน มาทางนี้ไม่ได้หนีร้อนหรือหนีรัก แต่หนีหิมะมา ก่อนหน้านี้ตนไปทัวร์ยุโรปมา ในแต่ละที่ ได้พบปะชาวไทยจำนวนมาก มีการพูดคุยถึงอนาคตประเทศไทยในแต่ละเมือง มีการพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในฮอลลีวูด รวมทั้งการประสานระบบราชการที่จะต้องลดการใช้ดุลยพินิจลง การเพิ่มความโปร่งใสโดยใช้เทคโนโลยี เพื่อทำให้เรื่องเทาๆ หายไปได้ โดยมีการพ ูดหลากหลายประเด็น ทั้งระบบสาธารณสุข สวัสดิการแรงงาน และการท่องเที่ยว
นายพิธา ระบุว่า ตนเกือบได้ไปหาชาวไทยที่ฟินแลนด์ เพื่อพูดคุยกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานไปเก็บเบอร์รี่ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกาาเชิญทูตฟินแลนด์เข้ามาสอบถามว่าเกิดเหตุการณ์หลอกแรงงานไทยในฟินแลนด์ได้อย่างไร ตนไม่แน่ใจว่าในประเทศไทยนั้นมีไทยเทาๆ ที่ค้ามนุษย์ไปจากเมืองไทย เห็นมีตัวเลขเงินเทาเข้ามาเกี่ยวข้อง วงเงิน 36 ล้านบาท มีข่าวเริ่มออกเมื่อวานนี้ ซึ่งตนเดินทางไปเจออดีตนายกฟินแลนด์ แล้วได้สอบถามคนไทยที่นั่น พบว่าเกิดปัญหาขึ้นจริง และมีการฟ้องร้องที่ฟินแลนด์ ว่า บริษัทที่ว่าจ้างล้มละลาย ทำให้แรงงานไทยที่ขอนแก่นได้รับการเยียวยา พรรคประชาชนไม่ได้ดูแลแรงงานเฉพาะในประเทศไทย
”เขา (ผู้สมัครเขต 1 ชลบุรี พรรคประชาชน) จะม าล้มยักษ์ ล้มรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีแรงงานเป็นของพรรคประชาชนให้ได้ อ้าว พี่น้องแรงงานขอเสียงหน่อยเร็ว“
นายพิธา กล่าวต่อว่า สิ่งที่คราวที่แล้วยังทำไม่ได้ คือยกจังหวัดชลบุรี 10 คน 10 เขต คราวที่แล้ว 430,000 คะแนนได้ สส.บัญชีรายชื่อ ใช้เสียง 77% สูงกว่าค่าเฉลี่ย ครั้งนี้อย่าให้คนชลบุรีผิดหวัง ต้องมาใช้เสียงให้ถล่มทลาย และปล่อยพลังวันนี้ให้คลื่นที่อยู่ด้านหลังจากบางแสน เป็นคลื่นแห่งความหวังทั่วชลบุรี พัดไปถึงเขตทุกเขต รวมถึงเขต 4-5-7 ที่คราวที่แล้วยังไม่ได้ ได้ทั้ง 10 คน 10 เขต ส่งนายกฯ เท้ง เข้าทำเนียบรัฐบาล แล้วมาเปลี่ยนชลบุรีไปด้วยกัน
จากน้้น นายพิธา และผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนของจังหวัดชลบุรีร่วมกันถ่ายภาพทะเลดาวกับชาวชลบุรีที่มาฟังการปราศรัย ที่มากันอย่างเนืองแน่นริมชายหาดบางแสน
จากประสบการณ์การติดตามสถานการณ์การเมืองและการหาเสียงในจังหวัดชลบุรี ผมเห็นว่าความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนและนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในครั้งนี้มีความเข้มข้นและน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้แนวคิด “คลื่นสีส้ม” เพื่อสร้างกระแสความหวังในพื้นที่ของชลบุรีซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก หลายปีก่อน ผมเคยไปเยือนชายหาดบางแสน และได้สัมผัสบรรยากาศของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว การที่นายพิธาเลือกสถานที่นี้เป็นจุดปราศรัยนั้น นอกจากจะเป็นการส่งสัญญาณถึงชาวชลบุรีโดยตรงแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับชุมชนและการใส่ใจรายละเอียดในท้องถิ่น ที่สำคัญคือเรื่องของแรงงานไทยและการคุ้มครองแรงงานที่นายพิธาเน้นย้ำในการปราศรัย ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้ใช้แรงงานในชลบุรีที่ผมได้พบเจอ พบว่าแรงงานยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านสวัสดิการและความยุติธรรมอยู่มาก ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายหลายอย่างก็ตาม การที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จึงน่าจะเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ดี อีกหนึ่งเรื่องที่โดดเด่นก็คือการพูดถึงปัญหาการค้ามนุษย์และการช่วยเหลือแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ฟินแลนด์ซึ่งมีแรงงานไทยถูกหลอกลวงและไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ผมเห็นว่าการนำเสนอประเด็นนี้ช่วยสะท้อนให้เห็นว่านโยบายของพรรคไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับแรงงานไทยทุกที่ทั่วโลก นอกจากนี้ การเน้นความโปร่งใสของระบบราชการและการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาดุลยพินิจที่ไม่เป็นธรรม ถือเป็นแนวทางที่ทันสมัยและสามารถช่วยลดปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงจัง การที่นายพิธาและทีมงานพยายามเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกด้วยสัญลักษณ์เช่นรูปหัวใจ และการถ่ายภาพทะเลดาวกับชาวบ้าน ก็เป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้การสื่อสารมีความน่าประทับใจและเข้าถึงใจผู้ฟังได้มากขึ้น โดยสรุป ผมคิดว่าการหาเสียงแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองแบบประชาชนที่แท้จริง ซึ่งมุ่งเน้นทั้งการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในชลบุรีและประเทศต่อไป.