หลักการทางกฎหมายที่ห้ามติดชื่อ "ผู้ผลักดันงบประมาณ" บนป้ายโครงการหรือสิ่งก่อสร้างที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน มีความเกี่ยวข้องกับข้อบังคับด้านวินัยการเงินการคลังและรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการนำงบประมาณของรัฐไปใช้สร้างคะแนนเสียงส่วนตัว

ข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 144

: หรือที่เรียกกันว่า "มาตราปราบโกง" บัญญัติห้าม สส. สว. หรือกรรมาธิการ กระทำการใดๆ ที่ทำให้ตนเองมีส่วนในการใช้จ่ายงบประมาณไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม การติดชื่อบนป้ายโครงการถูกตีความว่าเป็นการหาประโยชน์ทางการเมืองและแสดงความเป็นเจ้าของในงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

: สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีระเบียบและหนังสือสั่งการที่เคร่งครัด ห้ามใส่ชื่อบุคคล หรือรูปภาพของนักการเมือง/ผู้บริหารท้องถิ่นบนป้ายโครงการที่ใช้เงินงบประมาณ โดยให้ระบุเพียงชื่อหน่วยงาน เจ้าของงบประมาณ และรายละเอียดโครงการเท่านั้น

มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

: มีข้อแนะนำและแนวทางปฏิบัติที่ห้ามการประชาสัมพันธ์โครงการของรัฐในลักษณะที่สร้างความนิยมให้แก่บุคคลหรือพรรคการเมือง เพื่อความโปร่งใสและลดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน

ทำไมถึงต้องห้าม?

งบประมาณคือภาษีประชาชน

: เงินที่ใช้ก่อสร้างหรือดำเนินโครงการไม่ใช่เงินส่วนตัวของนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเงินจากงบประมาณแผ่นดิน

ป้องกันการหาเสียงล่วงหน้า

: เพื่อไม่ให้ใช้ทรัพยากรของรัฐมาเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง

ความโปร่งใส

: เพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่าโครงการนี้เกิดขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐตามภารกิจหน้าที่

บทลงโทษ

: หากพบว่ามีการฝ่าฝืน มาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่การร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีโทษหนักถึงขั้น พ้นจากตำแหน่ง และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

#โจ #โจตลาดโบ้เบ๊สัญจร #โครงการรัฐ

4/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในการปฏิบัติงานจริง ผมได้สังเกตเห็นว่าเวลาที่มีโครงการของรัฐ เช่น การก่อสร้างถนนคสล. แบบบูรณาการในพื้นที่หมู่บ้านต่างๆ เช่น หมู่ที่ 7 ตำบลบางตะลูค อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ โครงการเหล่านี้มักจะใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินที่เก็บจากภาษีของประชาชนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ผมพบว่าในชุมชนบางแห่งมีเคสที่ติดป้ายโครงการโดยแสดงชื่อหรือภาพของนักการเมืองผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งการกระทำนี้ผิดกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 และระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันการใช้โครงการรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือหาเสียงล่วงหน้า ในฐานะคนที่อาศัยในพื้นที่ ได้ยินเสียงวิจารณ์กันว่าการติดป้ายชื่อบุคคลทำให้เกิดความได้เปรียบในการเลือกตั้ง และส่งผลเสียต่อความโปร่งใสของงบประมาณแผ่นดิน ฉะนั้นการที่มีกฎหมายและระเบียบเข้มงวดจึงมีความสำคัญมาก เพราะช่วยสร้างความเป็นธรรมและลดผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ต้องระมัดระวังไม่ให้นักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่เอาชื่อหรือภาพของตนมาแสดงในป้ายโครงการ เพื่อยืนยันว่าโครงการเป็นของรัฐจริง ซึ่งถือเป็นการรักษาคุณธรรมและความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ นอกจากนี้ ผมยังมองว่าการมีมาตรการบทลงโทษรุนแรง เช่น การฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและการเพิกถอนสิทธิ์สมัครเลือกตั้ง ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดการโกงและรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการบริหารงานภาครัฐได้ดีขึ้น ดังนั้น การศึกษาทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายและระเบียบเหล่านี้สำคัญมากสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ หรือประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ เพื่อให้โครงการรัฐดำเนินไปอย่างโปร่งใสและยั่งยืนจริงๆ