#Howto 5วิธีเลือกขนมน้องหมา ไม่ทำร้ายสุขภาพ ดีต่อใจเจ้าของ🐶🐕💙
🐶✨อาหารน้องหมาที่เราเลี้ยงก็เหมือนอาหารคน ต้องดูให้ดึก่อนจะให้น้องกิน
ซึ่งขนมของน้องก็เช่นกัน ควรเลือกที่คุณดี ราคาคุ้ม แล้วก็ไม่ทำร้ายสุขภาพน้อง
.
👀🐕 โดยวิธีที่เราใช้เลือกขนม คือ ดูส่วนผสมเป็นอันดับแรก เน้นมาจากโปรตีนแท้ และดูเปอร์เซ็นต์ของโปรตีนและไขมันให้อยู่ตามเกณฑ์
เลี่ยงที่มีเกลือ, น้ำตาล, สีสังเคราะห์ หรือสารปร ุงแต่ง
เลือกตามขนาดและช่วงวัยของสุนัข เช่น สุนัขพันธุ์เล็ก ควรเลือกขนมชิ้นเล็ก เคี้ยวง่าย
เลือกขนมที่มีฟังก์ชันเสริมสุขภาพ เช่น เสริมเรื่องผิวหนัง ขน ระบบภูมิคุ้มกันก็ยิ่งดี
สุดท้ายควรดูว่ามีตรารับรองมาตรฐาน ระบุวันหมดอายุให้ชัดเจน
.
💙🩵 ส่วนขนมที่เราเลือกให้น้องกิน จะเป็น Jerky Stick ของ Hercules
เพราะวัตถุดิบหลักจากเนื้อไก่แท้ (Real Chicken Meat) มีคุณประโยชน์และสารอาหาร
เหมาะสำหรับสุนัขทุกสายพันธุ์ ทุกช่วงวัย ที่สำคัญไม่เติมเกลือและน้ำตาล ปราศจากพืช
.
🐥มีด้วยกันทั้งหมด 4 สูตร เลือกกันได้ตามความเหมาะสมของน้องแต่ละบ้านได้เลย
Relaxing สูตรช่วยผ่อนคลาย > ไก่ ทูน่า ผักโขม
- L-tryptophan ช่วยสร้างสมดุลอารมณ์ ลดความเครียด ผ่อนคลาย
- สารสกัดจากขมิ้น ช่วยลดการอักเสบ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
🐟Healthy Skin & Brain สูตรบำรุงผิวหนัง และ สมอง > ไก่ แซลม่อน แครอท
- Zinc & Biotin ช่วยเซลล์ผิวหนังใหม่ชุ่มชื้น ขนนุ่มดูสุขภาพดี
- Cellulose ช่วยคุมก้อนขน (Hairball) เสริมระบบทางเดินอาหาร
🎃 Immune & Digest สูตรเสริมภูมิ และ ระบบย่อย > ไก่ ฟักทอง
-Sybiotics เสริมสมดุลจุลินทรีย์ทางเดินอาหาร ให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
- Postbiotics เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ลดลำไส้อักเสบ
🐑 Bone & Joint Care สูตรดูแลกระดูกและข้อต่อ >ไก่ แกะ
- Glucosamine ฟื้นฟูสุขภาพข้อต่อ
- Calcium & Phosphorus เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
.
📍 หาซื้อ Hercules ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทางออนไลน์ หรือร้าน Pet Shop ใกล้บ้าน
#HerculesDogFood #อาหารสุนัขเฮอร์คิวลิส #ประโยชน์ครบครันอร่อยมั่นใจได้จริง #HerculesJerkystick
เวลาหาขนมหมา เรามักเผลอมองแค่ “น้องชอบไหม” แต่จริงๆ ถ้าเลือกดี ขนมหมาจะเป็นตัวช่วยฝึกและเสริมสุขภาพได้เลย ส่วนตัวเราจะใช้เช็กลิสต์ง่ายๆ ก่อนหยิบเข้าตะกร้า (ใช้ได้กับขนมหมาทุกยี่ห้อ รวมถึงแนว jerky stick ด้วย) 1) เช็กแคลอรี/ปริมาณที่ให้ต่อวัน ขนมหมาควรเป็นแค่ “ของว่าง” ไม่ใช่มื้อหลัก โดยทั่วไปพยายามให้พลังงานจากขนมไม่เกินประมาณ 10% ของแคลอรีทั้งวัน ถ้าวันไหนให้น้องเยอะเพราะฝึกคำสั่ง เราจะลดอาหารมื้อหลักลงนิดหน่อย และหักจำนวนแท่ง/ชิ้นขนมไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่เผลอให้เกิน 2) ดูว่าเป็นโปรตีนอะไร และน้องแพ้อะไรไหม ขนมหมาหลายตัวทำจากไก่ ปลา แกะ ฯลฯ ถ้าน้องเคยคัน หูแดง ถ่ายเหลว หรือเลียเท้าบ่อยหลังเปลี่ยนขนม ให้ลองกลับมาไล่โปรตีนที่กินช่วงนั้นก่อน ที่บ้านถ้าทดลองขนมใหม่ เราจะให้ปริมาณน้อยๆ 2–3 วันและสังเกตอาการ 3) ระวังความเค็ม/ความหวานและสารปรุงแต่ง อ่านฉลากแล้วเลี่ยงกลุ่มที่เติมเกลือ น้ำตาล สีสังเคราะห์ หรือแต่งกลิ่นหนักๆ เพราะพวกนี้ทำให้น้องติดรสจัดและเสี่ยงระคายท้องได้ เราชอบเลือกแบบที่วัตถุดิบหลักชัดๆ เช่น Real Chicken Meat และสูตรที่ระบุว่าไม่เติมเกลือ/น้ำตาลจะอุ่นใจกว่า 4) เลือก “รูปทรง-ความแข็ง” ให้เหมาะกับฟันและขนาดตัว น้องพันธุ์เล็กหรือสูงวัยควรเลือกขนมชิ้นเล็ก เคี้ยวง่าย ไม่แข็งเกินไป เพื่อลดเสี่ยงสำลักหรือฟันแตก ส่วนสายกัดเพลินๆ เราจะให้ตอนที่เรานั่งเฝ้า ไม่ปล่อยไว้ลำพัง และหักเป็นท่อนเล็กก่อนเสมอ 5) เลือกขนมหมาตามปัญหาที่อยากเสริม (เลือกสูตรให้ตรงจุด) ถ้าน้องเครียดง่าย ลองมองหาสูตรแนวผ่อนคลาย เช่นมี L-tryptophan หรือสมุนไพรอย่างขมิ้น ถ้าขนร่วง/ผิวแห้ง เลือกสูตรที่มี Zinc & Biotin หรือโอเมก้าจากปลา ถ้าถ่ายยาก/ท้องอืด เลือกสูตรที่มีใยอาหารหรือกลุ่ม synbiotics/postbiotics ช่วยบาลานซ์ลำไส้ ถ้าวิ่งเยอะหรือเริ่มมีอาการข้อยึด เลือกสูตรที่มีกลูโคซามีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เพื่อดูแลกระดูกและข้อต่อ ทริคเล็กๆ ตอนให้ขนมหมา - ใช้ขนมเป็น “รางวัล” หลังทำถูก ไม่ให้แบบตามใจทั้งวัน - เตรียมน้ำสะอาดให้ตลอด โดยเฉพาะขนมแบบแท่ง/jerky - เก็บในที่แห้ง ปิดซองให้สนิท และเช็กวันหมดอายุทุกครั้ง สรุปคือ ถ้าเราอ่านฉลากเป็น เลือกขนาดเหมาะสม และคุมปริมาณ ขนมหมาจะไม่ใช่แค่ของอร่อย แต่เป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพน้องได้จริงๆ







