วางแผนการศึกษา
วันนี้โบขอขอบพระคุณท่านผอ กองสร้างภูมิคุ้มกันและนวัตกรรมทางวัฒนธรรม คุณนวลวรรณ ดาระสวัสดิ์ (พี่ขวัญ) แห่งสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ที่เชิญโบไป observe ค่าย “Happy Family Power ครอบครัวแกร่ง เยาวชนเก่ง”
.
กิจกรรมค่ายครอบครัวคุณธรรม นำสังคมเป็นสุข เป็นกิจกรรม 2 วัน โบไปในวันที่ คุณฐาณิชชา ลิ้มพานิช ประธานกรรมการบริษัท ส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม จำกัด และ คุณมิ่งขวัญ เหล่าบุศณ์อนันต์ แห่ง เพจ “เลี้ยงลูกวัยรุ่น by แม่มิ่ง”และอีกบทบาทของอาจารย์ที่ วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ
.
หัวข้อในการบรรยายในวันนี้
💕การสื่อสารลดช่องว่างระหว่างวัย Gen ไม่ต่างใจ
💕 การเล่นช่วยเสริมทักษะ EF ในเด็กวัยรุ่น
💕 I Massage
💕 เทคนิคคำชม
💕 พัฒนาการของวัยรุ่น
.
ต้องยอมรับเลยว่าเด็กๆเก่งมากๆ กล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าคิด กล้าลงมือทำ และส่วนใหญ่ มองอนาคตการศึกษาวางแผนเรียบร้อยแล้ว มีโอกาสได้เจอน้องคนหนึ่ง มาจากลำปาง เข้าสอบค่าย สอวน ทุกปี น้องอยู่ประถม 6 แต่บอกกับเราว่า อยากไปเรียน MWIT ส่วนที่มาเข้าค่าย นอกจากจะได้ความรู้ ยังนำใบประกาศไปสร้างพอร์ตอีกด้วย ไงล่ะ เด็กสมัยนี้ ต่างจังหวัดก็มีเด็กเก่งมากมาย ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ
.
ขอชมวิทยากรที่ช่างคิดเกมส์ในการเชื่อมโยงค วามสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร ในมุมคุณพ่อคุณแม่ ได้รับรู้ว่าเด็กคิดอะไร และเด็กก็ได้เห็นมุมมองความรักของพ่อแม่ อย่างเข้าใจมากขึ้น เป็นการลดช่องว่างมุมมองระหว่างวัย
.
ดังนั้น การออกแบบวางแผนทางการเงิน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา จึงควรมีการสื่อสารความต้องการร่วมกันระหว่างพ่อแม่และลูก เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียน เพื่อให้การศึกษาเขาบรรลุเป้าหมาย
.
ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่ทำให้โบเปิดมุมมองในการวางแผนทางการเงินให้กับทุกครอบครัวแบบรู้เท่าทันปัจจุบัน
------------------------------------------------------------------------------------------------------#LifePlannerbyBoe #ประกันต่างกันที่ตัวแทน #FWD #ก ระทรวงวัฒนธรรม
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมค่าย "Happy Family Power ครอบครัวแกร่ง เยาวชนเก่ง" ทำให้เห็นว่าการวางแผนการศึกษาของเด็กวัยรุ่นไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการเลือกโรงเรียนหรือสาขาวิชาเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการสื่อสารที่เข้าใจจริงระหว่างพ่อแม่และลูก ในฐานะคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงลูกวัยเรียน ผมเข้าใจดีว่าเรื่องการสื่อสารในครอบครัวเป็นกุญแจสำคัญ ช่วยลดความตึงเครียดและช่องว่างระหว่างรุ่นได้อย่างมาก การใช้เทคนิค "I Message" และคำชมอย่างมีทักษะ จะช่วยให้เด็กวัยรุ่นรู้สึกว่าพ่อแม่เข้าใจและยอมรับในตัวเขา อีกเรื่องที่ผมเห็นความสำคัญคือการเสริมทักษะ Executive Function (EF) ผ่านการเล่นและกิจกรรมต่าง ๆ เพราะทักษะนี้สนับสนุนให้เด็กมีความสามารถในการวางแผน จัดการอารมณ์ และตั้งเป้าหมายในชีวิตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การเตรียมวางแผนทางการเงินเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของเด็กเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ควรมีการพูดคุยกับลูกเพื่อเข้าใจความต้องการและตั้งเป้าหมายร่วมกัน เช่น การเตรียมทุน เพื่อให้ครอบครัวพร้อมรับมือค่าใช้จ่ายในอนาคตอย่างไม่ตึงเครียด ที่สำคัญ เด็กในต่างจังหวัดเองก็มีศักยภาพและความมุ่งมั่นสูงมากอย่างที่ตัวอย่างน้องประถมจากลำปางที่เข้าค่ายและตั้งใจเรียนต่อที่ MWIT แสดงให้เห็นว่าโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาตัวเองไม่ได้จำกัดแค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น สุดท้าย การมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และบริษัทส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม ช่วยหนุนเสริมแนวทางการวางแผนการศึกษาที่ครอบคลุมและทันสมัยมากขึ้น ทำให้ครอบครัวไทยสามารถปรับตัว และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการศึกษาในยุคปัจจุบันได้ดีขึ้นมาก











