#เทรนด์วันนี้ 💢ดราม่า 2 รายการดัง! “The Face” vs “The Take” จบด้วยการลบคลิปเกลี้ยง – พร้อมเริ่มต้นใหม่

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับดราม่าระหว่างรายการ “The Face” ของ เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก และรายการ “The Take” ของ นารา เครปกะเทย ที่ล่าสุดฝั่งนาราได้ลบคลิปทั้งหมดของรายการออกจากทุกแพลตฟอร์มแล้ว

โดยทาง แจ็คเกอรีน ไทยรัฐบันเทิง ได้สัมภาษณ์พี่เต้ ถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าเข้าใจและเห็นใจนาราที่อยากทำงานและรักรายการ แต่ย้ำว่าควรมีการขออนุญาตและพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่รับรู้ผ่านสื่อแล้วลงมือทำทันที

พี่เต้ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า รายการมีเรื่องของ “ลิขสิทธิ์” ที่ต้องดูแลอย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีการซื้อลิขสิทธิ์มาอย่างถูกต้อง รวมถึงผ่านกระบวนการเซ็นเซอร์ตามกฎระเบียบ จึงไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวได้ พร้อมฝากถึงสังคมว่าไม่อยากให้เกิดพฤติกรรมแบบนี้บ่อย เพราะอาจส่งผลต่อมาตรฐานในวงการ

ด้านนารา ได้ออกมาชี้แจงและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการลบคลิปทั้งหมด โดยระบุว่า เมื่อไม่ได้รับอนุญาตก็พร้อมยอมรับและแก้ไข พร้อมประกาศเตรียม “รีแบรนด์” รายการใหม่ทั้งหมด ทั้งรูปแบบและชื่อรายการ เพื่อเดินหน้าต่ออย่างถูกต้อง

📌 สรุป: ดราม่านี้จบลงด้วยการ “ลบ-รีสตาร์ท” โดยฝั่งนารายอมถอยและเริ่มต้นใหม่ ขณะที่พี่เต้ย้ำชัดเรื่องลิขสิทธิ์ต้องมาก่อน

1 สัปดาห์ที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ดราม่าระหว่างรายการ The Face และ The Take ที่เพิ่งเกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเคารพลิขสิทธิ์ในวงการบันเทิงที่มากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะคนที่ติดตามทั้งสองรายการมาอย่างต่อเนื่อง ผมเห็นว่าสิ่งที่พี่เต้เน้นย้ำถึงการขออนุญาตและพูดคุยกันอย่างเป็นทางการนั้น มีความหมายมาก เพราะการใช้คอนเทนต์โดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความเครียด แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และธุรกิจในวงการอีกด้วย ในแง่ของนาราที่ตัดสินใจลบคลิปทั้งหมดและประกาศรีแบรนด์รายการใหม่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบและตั้งใจที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ซึ่งเป็นท่าทีที่น่ายกย่อง ผมเองเห็นว่าการรีสตาร์ทในลักษณะนี้อาจช่วยเปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ รวมไปถึงการปรับรูปแบบรายการให้สอดคล้องกับมาตรฐานและความคาดหวังของผู้ชมมากขึ้น อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการที่รายการต้องผ่านกระบวนการเซ็นเซอร์ตามกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทำงานในวงการบันเทิงควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์เดิมแล้ว ยังรักษามาตรฐานและคุณภาพของเนื้อหาที่เผยแพร่สู่สาธารณะ การจัดการกับเรื่องลิขสิทธิ์อย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยติดตามข่าวสารวงการบันเทิงและเห็นว่าประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์และความขัดแย้งในคอนเทนต์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย แต่มีให้เห็นในวงการระดับโลกเช่นกัน ดังนั้น การให้ความรู้และการทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งจึงสำคัญมาก ทั้งต่อผู้ผลิต ผู้จัดรายการ และผู้ชม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้และเคารพสิทธิ์ของกันและกันอย่างเท่าเทียมกัน #THEFAC #อย่าทําแบบนี้กับใครอีก #WICKEED #WICKED ในที่สุดเหตุการณ์ครั้งนี้ก็จบลงด้วยบทเรียนสำคัญที่ทุกคนควรจดจำและนำไปปรับใช้ เพื่อให้วงการบันเทิงไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและน่าภาคภูมิใจต่อไป