#เทรนด์วันนี้ เป็นไปตามคาด เพราะหลังจากภาพของ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” เจ้าของตำแหน่ง Miss World 2025 แต่งองค์เป็นพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ไปร่วมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก็มีบรรดาชาวเน็ตกัมพูชาเข้ามาแซะและเคลมกล่าวหาว่าไทยขโมยวัฒนธรรมของตนเองอีกแล้ว

.

ทั้งที่ความเชื่อเกี่ยวกับนางอัปสรานั้นเป็นความเชื่อตามหลักศาสนาฮินดู–พุทธ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากอินเดีย ขณะที่รูปสลักนางอัปสราโบราณนั้นก็สามารถพบได้ตามสถาปัตยกรรมแบบขอมหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงในประเทศไทย เช่น ปราสาทพิมาย ซึ่งถูกสร้างขึ้นก่อนนครวัด ของกัมพูชา เสียอีก

.

ที่สำคัญคือไทยเราไม่เคย "เคลม" หากแต่ยอมรับว่ามีการรับเอาวัฒนธรรมที่หลากลายมาประยุกต์ ต่างจากกัมพูชาที่ดูเหมือนจะทึกทักอ้างว่าอะไรก็เป็นของตนเองไปเสียทั้งหมด #โอ#โอปอล#โอปอลสุชาตา#นางอัปสราissWorld

4/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การเข้าร่วมงานประเพณีและศึกษาวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ฉันเห็นว่าความขัดแย้งเรื่องวัฒนธรรมระหว่างประเทศเพื่อนบ้านมักเกิดจากความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วนหรือมุมมองที่ต่างกันอย่างมาก นางอัปสราในศาสนาฮินดู-พุทธ คือสัญลักษณ์ที่มีมาอย่างยาวนานและผ่านการเล่าขานในหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่สถาปัตยกรรมโบราณของอินเดียจนถึงปรากฏในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ปราสาทพิมายที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสร้างขึ้นก่อนนครวัดของกัมพูชา จึงเป็นที่ชัดเจนว่าวัฒนธรรมนี้ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่ามาจากแค่ชาติใดชาติหนึ่ง ในฐานะที่ชมงานวัฒนธรรมและพิธีกรรมท้องถิ่น ฉันค่อนข้างเข้าใจและเห็นด้วยกับแนวทางของไทยที่ยอมรับการผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลาย เพื่อสร้างองค์ความรู้และวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เข้มแข็งและมีเอกลักษณ์ แม้ว่าจะมีการยืมอิทธิพลจากหลายแหล่งก็ตาม เมื่อพูดถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกัมพูชา ฉันเชื่อว่าควรมองด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน เพราะวัฒนธรรมโบราณมักมีการแลกเปลี่ยนและวิวัฒนาการร่วมกัน การถือครองเอกสิทธิ์เพียงฝ่ายเดียวอาจไม่สะท้อนความจริงทางประวัติศาสตร์อย่างครบถ้วน ดังนั้น การเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศจึงสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยลดความขัดแย้งแล้ว ยังสามารถทำให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่คู่คนรุ่นหลังอย่างยั่งยืนอีกด้วย