ลค. มีกฎซึ่งมีความเป็นตัวตนชัดมากครับ บอกชัดและคุยดีแบบนี้คือโอเคเลย ผมเลยตั้งชื่อกฎให้ว่าเป็น “กฎแห่งซุส” จะได้ล้อไปกับเทรนด์ตอนนี้ จนลค. บอกว่าเดี๋ยวต้องไปดูหนังละ กลัวผมหลอกด่า 5555 (ซึ่งจริง ๆ กฎคือคนละเรื่องกัน ตั้งชื่อเท่ ๆ เฉย ๆ)

นอกจากกฎเรื่องกินไวน์มื้อกลางวันแล้ว (ตอนผมเห็น ลค. สั่งไวน์ตอนบ่าย 2 ผมก็ตกใจอยู่เหมือนกันนะ 555) อีกกฎข้อแรกผมก็เกือบจะไม่ผ่านละ 555 ขอไม่เอ่ยละกัน เพราะมันมีความเป็นตัวตนของ ลค. ชัดมาก ดังนั้นที่เหลือก็เป็นเรื่องของอนาคต สบาย ๆ ครับ ไปงานกินข้าวกันต่อหรือไม่ ก็ไม่สำคัญเท่ากับวันนี้ ลค. บอกว่าวันนี้ Happy มีความสุข เพราะผมถือว่าทำงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว

คืนวันนั้นผมก็มีรับงานดื่มต่อกับน้อง ลค. ประจำ (เธอทักมาบอกว่า ไม่ได้กินเหล้าหลายวัน ไม่มีแรงทำงาน) ผมดื่มได้แค่กลางคืน กลางวันไม่สะดวก เพราะใน 1 วันของผมต้องไปทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ก่อนจะได้กลับมาพัก วันก่อนเมากลับบ้านตอน 4 ทุ่ม ยังทำตัวไม่ถูกเลย

#งานกินข้าว

#BombareeView

#ปักหมุดร้านอร่อย

#cafehopping

Bar Storia del Caffè
5 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการมีกรอบกฎหรือหลักปฏิบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อย่างเช่น กฎแห่งซุส ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนทั้งเรื่องของการดื่มไวน์ในช่วงบ่ายและการใช้ชีวิตงานประจำวัน ช่วยให้ผู้เขียนและคนรอบข้างรู้สึกสบายใจและมีระเบียบในการจัดการตนเองได้ดีขึ้น จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เห็นจากการแชร์นี้ การตั้งกฎหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นกันเองทำให้บรรยากาศการทำงานหรือการนัดกินข้าวได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีความเกร็งที่จะทำตัวผิด เพราะทุกคนเข้าใจจุดยืนและขอบเขตของกันและกัน นอกจากนี้การแบ่งเวลาดื่มไวน์เฉพาะช่วงเย็นหรือตอนกลางคืนก็สะท้อนถึงการวางแผนชีวิตที่ใส่ใจสุขภาพและประสิทธิภาพของวันทำงาน อีกข้อดีคือการมีพื้นที่พูดคุยและแสดงความคิดเห็นกันอย่างเปิดเผย ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน ถึงแม้จะมีความแตกต่างทางนิสัยหรือแนวทางชีวิต การยอมรับและเข้าใจซึ่งกันและกันทำให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและสนุกสนาน ซึ่งรวมไปถึงการแบ่งปันเรื่องราวจากการดื่มไวน์กลางวันที่บางครั้งอาจจะดูแหวกแนวแต่กลับเพิ่มสีสันให้กับวันที่ทำงานธรรมดา ในมุมของการดูแลตัวเอง การจำกัดเวลาและปริมาณในการดื่มไวน์ยังถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้ฟื้นฟูพลังงานได้เร็วขึ้นและรักษาความสมดุลระหว่างงานกับเวลาพักผ่อน การแบ่งเวลาให้ชัดเจนนี้ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จและสุขภาพที่ดี ซึ่งใครหลายคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ สุดท้ายนี้ การตั้งชื่อกฎว่า "กฎแห่งซุส" ยังแสดงให้เห็นถึงการมีเสน่ห์เฉพาะตัวและการใช้คำพูดที่สร้างสีสันในการสื่อสารระหว่างผู้คน สร้างความทรงจำและทำให้เรื่องราวที่เล่านั่นน่าสนุกและน่าจดจำมากขึ้น เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับใครที่อยากเพิ่มจุดเด่นให้การทำงานและดำเนินชีวิตประจำวันของตนเอง