Automatically translated.View original post

A hard-to-eat dry gruel.

2/27 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “ข้าวต้มแห้ง” เพราะอยากได้รสชาติแบบโบราณจริง ๆ ขอแชร์ทริคเล็ก ๆ จากที่ไปลองมา เผื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าควรสั่งแบบไหน และกินยังไงให้ได้ฟีลข้าวต้มแห้งที่ถูกต้อง ข้าวต้มแห้งต่างจากข้าวต้มทั่วไปตรงที่ “ข้าวไม่แช่น้ำซุป” ข้าวจะร่วน ๆ นุ่มกำลังดี แล้วราด/คลุกกับเครื่องและน้ำปรุงให้เคลือบเม็ดข้าว ส่วน “น้ำซุป” จะเสิร์ฟแยกมาให้ซดตาม ทำให้รสชาติของเครื่องเด่นขึ้นมาก โดยเฉพาะความหอมพริกไทย กระเทียมเจียว และกลิ่นน้ำซุปกระดูกที่ซดแล้วโล่งคอ อย่างที่ร้านโอชาม (สาขา The Circle ราชพฤกษ์) เมนูข้าวต้มแห้งจะได้ฟีลสูตรโบราณที่หาทานยากจริง ๆ จุดที่ประทับใจคือเครื่องแน่นและรสชาติไม่ต้องปรุงเยอะก็อร่อย ถ้าใครชอบรสจัดขึ้น แนะนำค่อย ๆ เติมพริกไทยหรือพริกน้ำส้มทีละนิด จะช่วยดึงความหอมและตัดเลี่ยนได้ดี ไอเดียเมนูที่กินคู่แล้วเข้ากัน (อิงจากเมนูที่เห็นในร้าน/ในรูป): - ข้าวแห้งหมูสับต้มยำเกี๊ยว: เหมาะกับคนชอบรสต้มยำ เปรี้ยวเผ็ดแบบพอดี ๆ กินแล้วไม่เลี่ยน - โจ๊กหมูโบราณ: ถ้าวันไหนอยากได้อะไรนุ่ม ๆ อุ่นท้อง โจ๊กกับเครื่องหมูคือสายคลาสสิก - หมูกรอบ: สั่งมาแชร์ได้ เพิ่มเท็กซ์เจอร์กรุบ ๆ กัดแล้วตัดกับความนุ่มของข้าว - กะหล่ำปลีต้ม: เมนูเบา ๆ ช่วยบาลานซ์มื้อให้ไม่หนักเกิน - ของหวาน/เครื่องดื่มอย่างน้ำลำไย หรือลูกตาลลอยแก้ว: ปิดท้ายมื้อได้สดชื่น ทริคการกินให้ “ข้าวต้มแห้ง” อร่อยขึ้น: 1) ชิมก่อนปรุง เพราะบางร้านปรุงมาพอดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะแนวสูตรโบราณ 2) ซดน้ำซุปสลับคำ จะได้ไม่ฝืดคอและช่วยรีเซ็ตรสในปาก 3) ถ้าชอบกลิ่นพริกไทย ให้โรยเพิ่มตอนร้อน ๆ กลิ่นจะฟุ้งขึ้นชัดมาก ใครที่หาข้าวต้มแห้งในกรุงเทพฯ แถวราชพฤกษ์ อยากได้ร้านที่นั่งสบายในคอมมูนิตี้มอลล์ แนะนำให้ปักหมุดมาลองที่ The Circle ราชพฤกษ์ ได้เลย (ร้านโอชาม) จะได้เช็กด้วยตัวเองว่าฟีล “ข้าวต้มแห้งสูตรโบราณ” ที่หาทานยากมันพิเศษยังไง