ครีมทาส้นเท้า…แต่เราหยิบมาทาหน้า 👀
✨ ครีม 91อี
ตอนแรกซื้อเพราะส้นเท้าแตก
แต่ตอนนี้กลายเป็นไอเทมแต้มหน้าประจำไปแล้ว 😳
✔️ แต้มสิวอุดตัน
✔️ ผิวดูเรียบขึ้น
✔️ ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้ง
ตัวเดียวใช้ได้ทั้งตัวเลย!
พิกัด📍: ร้านค้า ห้าง ร้านขายยาทั่วไป🛍️
@newcharoenpharmaceutical
ถ้าใครกำลังลังเลว่า “ครีม 91E ทาหน้าได้ไหม” เราเคยคิดเหมือนกัน เพราะมันเป็นครีมที่หลายคนคุ้นจากการทาส้นเท้า/ผิวแห้งมากๆ แต่พอลองใช้กับผิวหน้าแบบระวังๆ แล้วรู้สึกว่ามันช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและผิวดูเรียบขึ้นจริง (โดยเฉพาะช่วงที่หน้าแห้งเป็นขุยหรือผิวลอก) วิธีที่เราใช้แล้วสบายใจที่สุดคือ “ใช้แบบแต้ม” ไม่ได้โบกทั้งหน้า เริ่มจากแต้มเฉพาะจุดที่มีสิวอุดตันหรือบริเวณที่ผิวแห้งมากๆ ก่อน แล้วค่อยสังเกตอาการ 2–3 วัน ถ้าไม่แสบ ไม่แดง ไม่อุดตันเพิ่ม ค่อยขยายพื้นที่การใช้ ข้อดีคือมันมี Vitamin E และเนื้อครีมค่อนข้างช่วยเคลือบผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำขึ้น แต่เพราะเป็นครีมที่ให้ความชุ่มชื้นสูง คนผิวมัน/เป็นสิวง่ายอาจต้องคุมปริมาณมากๆ ทริคที่เราทำเป็นประจำ: - ใช้ตอนกลางคืนเป็นหลัก: หลังล้างหน้าและลงสกินแคร์ที่บางเบาแล้ว ค่อยแต้มครีม 91E ปิดท้าย - แต้มบางๆ แล้ว “นวดเบาๆ” ให้ซึม: ประมาณวันละ 1–2 ครั้งก็พอ ไม่ต้องถูแรง - ถ้ากลัวอุดตัน: เลี่ยงโซนทีโซน (หน้าผาก-จมูก-คาง) ก่อน และเลี่ยงการทาทับหลายชั้น ข้อควรระวังที่อยากบอกตามประสบการณ์: - แนะนำให้ทดสอบแพ้ก่อน โดยแต้มหลังหูหรือกราม 24 ชม. - ถ้าเป็นสิวอักเสบหนัก/มีแผลสด อาจระคายเคืองได้ ควรหยุดใช้หรือปรึกษาเภสัชกร - ตอนเช้าถ้าใช้ ให้ตามด้วยกันแดด เพราะผิวที่ชุ่มชื้นและกำลังฟื้นฟูควรปกป้องเป็นพิเศษ นอกจากทาหน้า เราว่าครีม 91อี ยังเหมาะกับผิวกายมากๆ เช่น ส้นเท้าแตก ข้อศอก หัวเข่า หรือบริเวณที่แห้ง รวมถึงบางคนใช้ดูแลรอยแตกลาย/ท้องลาย โดยทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาดๆ จะรู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้นไวกว่าเดิม สรุปสำหรับเรา: 91e ทาหน้าได้ “ถ้าใช้ถูกวิธีและใช้ในปริมาณน้อย” โดยเฉพาะสายผิวแห้งหรืออยากได้ไอเทมที่ใช้ได้ทั่วร่างกาย แต่ถ้าผิวมันหรืออุดตันง่าย แนะนำเริ่มจากแต้มจุดเล็กๆ และสังเกตผิวตัวเองเป็นหลักค่ะ