จอมโจรยูเจนิดีส ผู้ขโมยได้ทุกอย่าง

หนังสือ: The Thief จอมโจรยูเจนิดิส

ผู้เขียน: เมแกน วาเลน เทอร์เนอร์

ผู้แปล: ปัทมา อินทรรักขา

‘เจ็น’ หัวขโมยที่เก่งกาจผู้ถูกจองจำอยู่ในคุกของกษัตริย์ซูนิส ราชครูของกษัตริย์ได้พาตัวเขาออกมาเพื่อรับมอบหมายภารกิจให้ค้นหาและขโมย ‘ของขวัญแห่งฮามิอาธิส’ ศิลาสำคัญจากเทพนิยาย

ตามระบอบการปกครองของเอ็ดดิสเชื่อว่า เทพฮีเฟสเทียได้ประธานรางวัลเป็นก้อนศิลาที่ถูกจุ่มลงในสายน้ำแห่งความเป็นอมตะแด่กษัตริย์ฮามิอาธิส ซึ่งศิลาถูกส่งมอบให้ผู้ครอบครองเป็นกษัตริย์โดยถูกต้องชอบธรรม โดยกษัตริย์ซูนิสต้องการที่จะครอบครองดินแดนเอ็ดดิสและแผ่ขยายไปแอตโทเลีย

เมื่อได้รับโอกาสแห่งอิสรภาพ ‘เจ็น’ จึงออกเดินทางไปกับราชครู โพล แอมบิอาดิส และโซฟอส เข้าสู่ดินแดนเอ็ดดิส เดินทางข้ามดินแดนทุรเข็ญ ไปสู่แม่น้ำอารัคธัส เพื่อไปสู่ดินแดนต้นน้ำบนภูเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งเทพ เจ็นจะสามารถค้นพบของขวัญแห่งฮามิอาธิสหรือไม่ หรือว่าจะเป็นเพียงตำนานเล่าขานเท่านั้น หัวขโมยผู้นี้จะสิ้นชื่อหรือสร้างชื่อ ร่วมเดินทางไปกับหนังสือ จอมโจรยูเจนิดิส

เล่มแรกของนวนิยายชุด ‘จอมโจรราชินี’ ซึ่งมีฉากหลังวิหารที่อยู่ใต้แม่น้ำอารัคธัส จากการเดินทางสู่เมืองโบราณไมซินีในประเทศกรีซของเมแกน หนังสือมีทั้งหมด 280 หน้า ในช่วงหน้าแรกจนถึงราวหน้า 150 ผู้อ่านอ่านไปได้ช้ามาก แต่เนื้อหาไม่ได้อ่านยากอะไร ระหว่างนั้นมีตำนานเทพสอดแทรก แผนการ บุคลิกภาพของตัวละคร ที่ต้องเก็บข้อมูล หนังสือเล่าการเดินทางไปเรื่อย จนเกือบจะวางแล้ว แต่มาครึ่งทางแล้วก็เลยไปต่อ

สรุปช่วงหลังสนุกมาก มีฉากพีคหลายฉาก ตื่นเต้น ถือว่าจบได้สวยงามมาก ส่วนตัวชอบบุคลิกของ ’เจ็น‘ และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของคณะเดินทาง ที่เรียกได้ว่าตัวละครทั้ง เจ็น และ ราชครู มีความเฉลียวฉลาด กวนๆ ทันกันมาก แต่ก็มีความสามารถมากเช่นกัน โดยเฉพาะความสามารถด้านมือเบาของเจ็น ผู้อ่านประทับใจเรื่องราวในช่วงท้าย เพราะคาดตอนจบของเล่มนี้ไม่ถึง มันเกินคาด และดีงาม ถ้ามีโอกาสจะอ่านเล่มต่อ

2025/11/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่ค้นหา “จอมโจรยูเจนิดิส” หรือ “ความปรารถนาที่ขโมยมา” น่าจะกำลังลังเลว่าเล่มนี้เหมาะกับตัวเองไหม หรือสงสัยว่ามันสนุกตรงไหนกันแน่ จากประสบการณ์อ่านของเรา The Thief เป็นนิยายที่ “จงใจให้ช้า” ในช่วงต้นเพื่อปูโลก ปูตำนาน และปูความสัมพันธ์ของคณะเดินทาง ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยหมัดชุดใหญ่ในช่วงครึ่งหลัง สิ่งที่ควรตั้งความคาดหวังก่อนอ่านคือ เล่มนี้ไม่ใช่แนวแอ็กชันรัวๆ ตั้งแต่หน้าแรก แต่เป็นแนวผจญภัยผสมการเมืองและเกมเชิงอำนาจ มีรายละเอียดเล็กๆ ให้เก็บ เช่น ตำนานเทพ การอ้างอิงสไตล์กรีกโบราณ และคำพูดกวนๆ ที่เหมือนหยอกล่อกันไปมา ระหว่าง “เจ็น” กับราชครู (โพล) พออ่านไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นว่าแต่ละบทสนทนามีความหมาย และหลายประโยคถูกวางไว้เพื่อใช้ “เฉลย” ตอนท้าย ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกติดขัดช่วง 1–150 หน้า เราแนะนำทริคง่ายๆ: 1) ใช้แผนที่ที่มากับเล่มช่วยตามเส้นทาง (ดินแดนเอ็ดดิส–แอตโทเลีย–ซูนิส และแม่น้ำอารัคธัส) จะทำให้ภาพการเดินทางชัดขึ้น 2) ไม่ต้องพยายามจำตำนานทุกบรรทัด แค่จับคีย์เวิร์ดอย่าง “ของขวัญแห่งฮามิอาธิส” กับสถานที่วิหารไว้พอ เพราะผู้เขียนจะค่อยๆ ย้ำสิ่งสำคัญเอง 3) ให้ความสำคัญกับบุคลิกเจ็น—ความกวน ความมั่นหน้า และความสามารถด้านมือเบา—เพราะนี่คือเสน่ห์หลักที่ทำให้เราอ่านต่อได้ จุดที่ทำให้หลายคนพูดถึงในเชิง “พีค” คือจังหวะการหักมุมและการเปิดเผยแรงจูงใจของตัวละคร ซึ่งจะทำให้เราย้อนนึกว่าเออ…สัญญาณมันมีมาตลอด เพียงแต่เราเผลอมองข้าม ถ้าคุณชอบนิยายที่จบแล้วอยากเปิดกลับไปอ่านทวนบางฉากอีกรอบ เล่มนี้ตอบโจทย์มาก ส่วนคำค้นอย่าง “vkเจนิส” เจอได้บ่อยในคนที่ตามชื่อพระเอกหรืออยากหาข้อมูลเสริม เราแนะนำให้เริ่มจากอ่านเล่มแรกให้จบก่อน แล้วค่อยไปตามบทสัมภาษณ์/รีวิวเชิงวิเคราะห์ จะสนุกกว่า เพราะจะไม่โดนสปอยล์จุดหักมุมสำคัญของเรื่อง สรุปแบบคนอ่านจริง: ถ้าคุณชอบแฟนตาซีที่มีบรรยากาศกรีกโบราณ มีแผนที่โลกสมมติให้ตาม มีภารกิจ “ขโมย” ที่พาไปไกลกว่าที่คิด และชอบตอนจบที่ทำให้ร้องว่า “คิดไม่ถึง!” The Thief (จอมโจรยูเจนิดิส) เป็นเล่มที่ควรลองอ่านจนถึงครึ่งหลังให้ได้