8/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ฝึกปฏิบัติธรรมและภาวนาเป็นประจำในทุกๆ เช้า ทำให้ผมเห็นคุณค่าของคำว่า "บุญวาสนา" อย่างชัดเจน การมีบุญวาสนาไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่พบกับทุกข์หรืออุปสรรคในชีวิต แต่เป็นการที่เราสามารถเข้าใจและรับมือกับทุกข์นั้นได้ในแนวทางที่นำไปสู่ความสงบและการปล่อยวาง ผมมีนิสัยตื่นนอนขึ้นมาแล้วจะภาวนาโดยกล่าวคำภาวนาเช่น "พุทธังชีวิตังเมปูเชมิ ธัมมังชีวิตังเมปูเชมิ สังฆังชีวิตังเมปูเชมิ" ซึ่งเป็นการตั้งจิตใจให้มั่นคงและเตรียมพร้อมในวันใหม่ นอกจากจะช่วยให้จิตใจสงบแล้ว ยังช่วยเปิดทางให้ชีวิตเต็มไปด้วยมงคลโชคลาภและสุขภาพที่แข็งแรงด้วย จากคำสอนที่ได้รับมา การที่ "ไม่มีวาสนา" จะทำให้เราไม่พบธรรมะหรือไม่สนใจที่จะปฏิบัติธรรมเลย เหมือนกับไก่แจ้ไปพบพลอย ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยที่เข้าใจง่ายและทำให้ผมตระหนักถึงการใฝ่หาธรรมะอย่างต่อเนื่อง อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการเข้าใจว่าทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลจากกรรมเก่า เป็นบทเรียนและโอกาสให้เราปรับปรุงตัวเอง ไม่ควรท้อแท้เพราะทุกข์มากแต่ควรเห็นว่าเป็นการชดใช้หนี้กรรมและเป็นโอกาสในการบำเพ็ญบุญ เพื่อให้ชีวิตต่อไปพบเจอแต่สิ่งดีๆ เมื่อชีวิตเรายึดมั่นในการปฏิบัติธรรม และตั้งตนให้ดีมีศีลภาวนา ความเครียด ความเหน็ดเหนื่อยจากภาระที่สะสมมาตลอดวันก็จะค่อยๆ คลายลงไป และคืนหนึ่งก่อนนอน ผมมักจะปล่อยวางความทุกข์และภาระทั้งปวง ปล่อยให้จิตใจพ้นจากความคิดวุ่นวาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ที่สดใส สุดท้ายนี้ ผมขอแนะนำให้ทุกคนลองนำคำสอนนี้ไปพิจารณาและปฏิบัติ อาจเริ่มจากการตั้งจิตอธิษฐานภาวนาในทุกเช้าและเย็น เพื่อสร้างพลังใจที่มั่นคง รวมทั้งรับผิดชอบต่อกรรมของตนเอง และเชื่อมั่นว่าชีวิตจะเปิดทางให้โชคลาภ และความสุขสงบตามมาอย่างแน่นอน