Automatically translated.View original post

Trade for a monthly profit of 60,000

This method is very suitable for regular workers. There is no time to watch the screen.

✅ Look mainly at the TF day graph.

- Find a point, defensive line, resistance, acquisition point.

✅ Set the Alert Price.

- No need to watch the screen. If the price touches us, the app will alert. We just check again and buy.

✅ The target is selling for a profit.

- Don't be greedy, or from profit to loss. Go find someone else to play with.

🌈 use TF day so you don't have to look at the price. Look at the graph often. It suits most regular workers.

# Trading blank graphs # Smart people club # Club, man # How to spend money # Trading stock

2025/8/2 Edited to

... Read moreหลายคนค้นหาเรื่อง “หุ้น” แล้วอยากเริ่มเทรดแบบไม่ต้องนั่งจ้องจอทั้งวัน ผมเลยขอเติมรายละเอียดให้ครบขึ้นจากโพสต์เดิม โดยยังยึดแนวคิดเดิมคือใช้ TF Day + ตั้งแจ้งเตือนราคา (Alert) เหมาะกับคนทำงานประจำมาก 1) ก่อนเข้าเทรดหุ้น: เลือกตัวที่จะดูให้ “น้อยแต่ชัด” ผมจะเริ่มจากคัดหุ้นที่สภาพคล่องดี (มีวอลุ่ม) เพราะเข้า-ออกง่าย ไม่ไหลแรงแบบไม่มีคนรับ แล้วค่อยดูภาพใหญ่บนกราฟรายวันว่ากำลังเป็นขาขึ้น/พักตัว/ขาลง ถ้าขาลงหนักๆ ผมมักเลี่ยงก่อน เพราะต่อให้หาแนวรับได้ก็เสี่ยงหลุดง่าย 2) วิธีหาแนวรับ-แนวต้านบน TF Day แบบใช้งานจริง ผมใช้หลักง่ายๆ คือดูจุดที่ราคากลับตัวหลายครั้ง (แตะแล้วเด้ง/แตะแล้วลง) แล้วลากเป็นโซน ไม่ต้องเป๊ะเป็นเส้นเดียว จากนั้นรอ “ราคาเข้ามาในโซน” ค่อยหาจังหวะซื้อ ไม่ไล่ซื้อกลางทาง ทิปเล็กๆ: ถ้าแนวรับอยู่ใกล้เส้นค่าเฉลี่ยหรือเป็นฐานเดิมที่เคยเบรกขึ้นมา แล้วกลับมาทดสอบ (pullback) มักจะน่าเฝ้ากว่า 3) ตั้ง Alert ราคา + วางแผนก่อนกดซื้อ ผมจะตั้งแจ้งเตือน 2 แบบ - Alert ใกล้แนวรับ: เพื่อให้รู้ว่าราคาเริ่มเข้าโซนซื้อ - Alert หลุดแนวรับ/ใกล้ cut loss: กันเผลอและช่วยตัดสินใจเร็ว ข้อดีคือเราไม่ต้องเฝ้าจอทั้งวัน แต่ต้องมี “แผน” ไว้ก่อน เช่น จะซื้อกี่ไม้ ซื้อเต็มพอร์ตไหม (ผมไม่ทำ) และจะยอมขาดทุนได้กี่เปอร์เซ็นต์ 4) Cut loss สำคัญกว่าเป้ากำไร ถ้าอยากอยู่รอดในหุ้น ระยะยาวต้องมีจุด cut loss ชัดๆ ผมมักวางไว้ใต้แนวรับที่เลือกเล็กน้อย เพราะถ้าหลุดจริง แปลว่าไอเดียเราอาจผิดทางแล้ว การยอมเสียเล็กน้อยดีกว่าปล่อยให้บานปลาย 5) ถึงเป้าหมายแล้วขายแบบไม่เสียดาย ผมชอบตั้งเป้าจากแนวต้านถัดไป หรือใช้การทยอยขาย (เช่น ขายบางส่วนเมื่อถึงเป้าแรก แล้วปล่อยที่เหลือตามเทรนด์) วิธีนี้ช่วยลดความโลภ และลดโอกาส “กำไรกลายเป็นขาดทุน” ตามที่เตือนไว้ในโพสต์ 6) ทำให้เป้ากำไร 60,000/เดือนไปได้แบบมีเหตุผล ผมมองว่าเป้ากำไรต่อเดือนขึ้นกับ 3 อย่าง: ขนาดพอร์ต, ความเสี่ยงต่อครั้ง, และความสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเทรดถี่ แต่ต้องคุมความเสี่ยงให้ได้ เช่น เสี่ยงครั้งละเท่าไหร่ แพ้ติดกันกี่ครั้งยังอยู่ได้ สุดท้าย ถ้าพึ่งเริ่มเทรดหุ้น แนะนำจดบันทึกทุกครั้งที่ซื้อ-ขาย (เหตุผลเข้า จุดออก ผลลัพธ์) ผ่านไป 1-2 เดือนจะเห็นเลยว่าเราพลาดเพราะอะไร แล้วปรับให้เข้ากับสไตล์คนทำงานประจำได้จริง