ด้วยรักและภักดีต่อเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 🙏🤍

พระกรณียกิจ "พระองค์ภา" เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย 🧡🇹🇭

ตลอดเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่สำคัญมากมาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการช่วยเหลือสังคม สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม สรุปโครงการสำคัญที่น่ากราบเรียนให้ทราบมีดังนี้ครับ

⛺ 1. มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เครือข่ายสำคัญที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ เพื่อให้ก้าวผ่านวิกฤตและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน

🕊️ 2. โครงการกำลังใจ (ก่อตั้งปี 2549)

ทรงพระเมตตามอบ "โอกาสที่สอง" ให้แก่ผู้ต้องขังหญิง โดยเน้นการฝึกทักษะอาชีพและพัฒนาจิตใจ เพื่อให้พร้อมกลับมาเป็นพลังที่เข้มแข็งของสังคมหลังพ้นโทษ

🐘 3. โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์

ทรงมุ่งมั่นแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง "คน" กับ "ช้างป่า" ในพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก สร้างสมดุลและแหล่งอาหาร เพื่อให้ชุมชนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

⚖️ รู้หรือไม่? ความภาคภูมิใจในระดับสากล

ด้วยพระปรีชาสามารถด้านกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน ในปี พ.ศ. 2560 องค์การสหประชาชาติ (UNODC) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่ง "ทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" แด่พระองค์ท่าน

ที่มาข้อมูล : เพจผลิดอก..ออกผล

6/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ติดตามเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผ่านสื่อต่าง ๆ ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งกับพระกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเพื่อสังคมไทย หนึ่งในโครงการที่สะท้อนความตั้งใจจริงของพระองค์คือ "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย" ที่เน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่การมอบความช่วยเหลือชั่วคราว แต่เป็นการฟื้นฟูให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนได้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในชุมชน โครงการกำลังใจ ที่ทรงก่อตั้งเมื่อปี 2549 ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการให้โอกาสแก่ผู้ต้องขังหญิง เพื่อฝึกทักษะอาชีพและพัฒนาจิตใจ เตรียมพร้อมให้พวกเขากลับเข้าสู่สังคมอย่างเข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผมรู้สึกว่าโครงการนี้มีความหมายมาก เพราะความเมตตาสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนได้จริง นอกจากนี้โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า โดยการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลชุมชนและอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ที่น่าทึ่งคือการได้รับตำแหน่ง "ทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" จากองค์การสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนระดับสากล ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เห็นพระองค์ทุ่มเทพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย และหวังว่าเรื่องราวดี ๆ เหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มากขึ้นในการร่วมมือพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน