Automatically translated.View original post

Tilapia. Raise biofloc system @ bhfarm turbid water because floc sediment. Strong fish. Fish skin tilapia is pink.

5/6 Edited to

... Read moreหลายคนเริ่มเลี้ยงปลานิลในบ่อแล้วตกใจ “ทำไมน้ำขุ่น” โดยเฉพาะบ่อระบบ Biofloc เพราะน้ำจะขุ่นจากตะกอนฟลอคเป็นปกติค่ะ ฟลอคคือกลุ่มจุลินทรีย์/อินทรียวัตถุที่ช่วยย่อยของเสียและกลายเป็นอาหารธรรมชาติบางส่วนให้ปลาได้ ถ้าจัดการดีๆ จะช่วยให้ปลานิลแข็งแรง กินเก่ง และบางตัวจะเห็นผิวออกชมพูชัดขึ้นเวลาตักขึ้นมาดู สิ่งที่ฉันใช้สังเกตเวลาปลานิลในบ่อเลี้ยงน้ำขุ่น มี 4 จุดหลักๆ 1) กลิ่นน้ำ: น้ำ Biofloc ที่ดีมักมีกลิ่นดิน/กลิ่นหมักอ่อนๆ ไม่เหม็นเน่า ถ้าเริ่มเหม็นแรงให้รีบเช็กระบบอากาศและของเสียสะสม 2) พฤติกรรมปลา: ปลาแข็งแรงจะว่ายกระฉับกระเฉง กินอาหารไว ไม่ลอยหัวหอบอากาศ ถ้าเริ่มลอยหัวช่วงเช้ามืดบ่อยๆ มักเกี่ยวกับออกซิเจนต่ำ 3) สีและความหนาแน่นของฟลอค: น้ำขุ่นได้ แต่ไม่ควร “หนา” จนมองไม่เห็นอะไรเลย ฉันจะคอยดูว่าฟลอคฟุ้งมากเกินไปไหม ถ้าเยอะไปจะทำให้เหงือกระคายเคืองได้ 4) ผิว/เหงือกปลา: เวลาตักปลานิลขึ้นมาดู ถ้าผิวใสเงา สีชมพูดูสด เหงือกไม่ซีด ไม่คล้ำ ถือเป็นสัญญาณดี แต่ถ้าเหงือกดำคล้ำหรือมีเมือกมากผิดปกติให้ระวังคุณภาพน้ำ ทริคที่ช่วยให้เลี้ยงปลานิลในบ่อ Biofloc แล้วน้ำขุ่น “แบบคุมได้” - เปิดอากาศให้พอ: หัวใจของ Biofloc คืออากาศ เพราะฟลอคต้องการออกซิเจนตลอดเวลา ฉันจะเน้นให้บ่อมีการหมุนเวียนน้ำและฟลอคไม่ตกตะกอนนอนก้น - ให้อาหารพอดี: ถ้าให้อาหารเกิน จะทำให้ของเสียเพิ่ม ฟลอคพุ่งเร็วและน้ำเสียได้ ฉันจะให้อาหารเป็นรอบๆ แล้วดูการกินจริง ถ้าเหลือให้ลดทันที - เช็กค่าพื้นฐานสม่ำเสมอ: อย่างน้อยควรมีชุดทดสอบ pH และแอมโมเนีย/ไนไตรท์ (ถ้ามี) เพราะในบ่อเลี้ยงปลานิล ตัวแปรพวกนี้ทำให้ปลาเครียดได้แม้น้ำจะดู “ขุ่นปกติ” - จัดการตะกอนเมื่อเริ่มหนา: ถ้าฟลอคเยอะเกิน ฉันจะค่อยๆ ดูดตะกอนบางส่วนออกหรือถ่ายน้ำเล็กน้อยแบบไม่กระทบระบบมาก แล้วเติมน้ำใหม่ทีละนิด สุดท้าย น้ำขุ่นในบ่อเลี้ยงระบบ Biofloc ไม่ได้แปลว่าแย่เสมอไปค่ะ ขอให้เราดู “กลิ่น-พฤติกรรมปลา-ความหนาฟลอค-ค่าพื้นฐานน้ำ” ควบคู่กัน แล้วจะเลี้ยงปลานิลในบ่อได้แบบมั่นใจขึ้น และเห็นปลาแข็งแรง ผิวชมพูสวยๆ ได้เหมือนกัน