จัดดอกไม้สวยๆ ผ่านเว็บ Digibouquet ได้เลย
ถ้าใครกำลังเล็ง “Digibouquet” เพราะอยากสั่งดอกไม้แบบไวๆ (โดยเฉพาะช่วงวาเลนไทน์นี้ มีดอกไม้ให้แฟนอะยาง~) เรามาแชร์สิ่งที่เราเช็กก่อนกดสั่งจริง เพื่อให้ได้ช่อที่ตรงใจและลดพลาดแบบ “รูปสวย แต่ไม่ใช่สไตล์เรา” 1) เริ่มจากกำหนดงบ + โทนสีที่อยากได้ ก่อนเข้าเว็บ Digibouquet เราจะตั้งงบคร่าวๆ ก่อน เช่น 800 / 1,200 / 1,500+ เพราะแต่ละช่วงราคาจะได้ “ขนาดช่อ” และ “ชนิดดอกไม้” ต่างกัน แล้วเลือกโทนสีที่คนรับชอบ (ชมพู-แดงหวานๆ, ขาวครีมมินิมอล, หรือโทนส้มสดใส) แค่บอกโทนสี ช่างก็จัดให้ไปทางเดียวกันทั้งช่อ ทำให้ภาพรวมดูแพงขึ้น 2) เลือกสไตล์ช่อให้เข้ากับโอกาส (วาเลนไทน์/วันเกิด/รับปริญญา) - วาเลนไทน์: โทนแดง-ชมพู หรือเพิ่มดอกเล็กๆ แซมให้ดูฟู น่ารัก ถ่ายรูปขึ้น - วันเกิด: เลือกสีตามบุคลิก เช่น สดใสๆ หรือพาสเทล พร้อมการ์ดคำอวยพร - รับปริญญา: เน้นช่อทรงยาว/ทรงเรียบ ดูสุภาพ และเลือกกระดาษห่อสีคลีนๆ 3) เช็ก “รายละเอียดที่มักลืม” ก่อนชำระเงิน สิ่งที่เราเช็กทุกครั้งบน Digibouquet คือ - วันที่/ช่วงเวลาจัดส่ง: ถ้าส่งวันพีกอย่าง 14 ก.พ. ควรจองล่วงหน้า - ค่าจัดส่งและพื้นที่ให้บริการ: บางโซนราคาต่างกัน - ข้อความในการ์ด: พิมพ์ให้ชัวร์ ใส่ชื่อคนรับ-คนให้ให้ถูก (กันเขินทีหลัง) - หมายเหตุช่อ: เช่น ขอเพิ่มริบบิ้น/คุมโทน/ไม่เอาดอกที่คนรับแพ้ 4) ทริคสื่อสารให้ได้ช่อ “ตรงใจ” ถ้าในเว็บมีแบบใกล้เคียง เราจะเลือกแบบนั้นเป็นตัวตั้ง แล้วพิมพ์เพิ่มว่า “ขอคล้ายแบบนี้แต่โทน…/อยากได้ฟีล…/ขอช่อดูฟูขึ้นเล็กน้อย” การบอกความรู้สึก (หวาน มินิมอล เรียบหรู) ช่วยให้ช่างจับทางได้ดีมากกว่าบอกแค่ว่า “เอาสวยๆ” 5) หลังได้รับช่อ ดูแลให้สดนานขึ้น พอได้รับช่อแล้ว เราจะตัดก้านเฉียงเล็กน้อย เปลี่ยนน้ำวันเว้นวัน และวางในที่อากาศถ่ายเท ไม่โดนแดดตรงๆ ถ้าเป็นช่อที่ห่อกระดาษแน่นๆ แนะนำคลายห่อออกนิดนึงให้ดอกไม้หายใจ จะช่วยให้ช่ออยู่ได้นานขึ้น สรุปคือ ถ้าอยากสั่งช่อผ่าน Digibouquet ให้เวิร์กที่สุด ให้เตรียมงบ+โทนสี เลือกสไตล์ให้เข้ากับโอกาส แล้วเช็กวันเวลาจัดส่งกับข้อความการ์ดให้ครบ เท่านี้วาเลนไทน์นี้ก็มีดอกไม้ให้แฟนแบบไม่พลาดแล้ว