เคส iPhone ที่มี MagSafe และปิดเลนส์กล้อง 🫐
ช่วงนี้เราอินเคส iPhone แบบ MagSafe มาก เพราะชีวิตประจำวันคือวางชาร์จ/ติดอุปกรณ์เสริมบ่อย เลยลองเคสที่เขียนไว้ชัด ๆ ว่า “iPhone Case + MagSafe + Lens Coverage” แนวที่มีฝาปิดเลนส์กล้องด้วย (บางรุ่นจะเห็นชื่อรุ่น/ซีรีส์บนแพ็กเกจประมาณ Rook) แล้วสรุปเป็นประสบการณ์ใช้งานจริง เผื่อใครกำลังหาเคส magsafe iphone หรือเล็งเคส magsafe iphone 13 อยู่ค่ะ อย่างแรกที่เราดูคือ “แม่เหล็ก MagSafe แน่นไหม” วิธีเช็กง่าย ๆ คือเอาไปติดแท่นชาร์จ MagSafe/ที่ตั้งในรถ แล้วลองยก-เขย่าเบา ๆ ถ้ายังเกาะแน่นไม่ไถล ถือว่าผ่าน เคสที่แม่เหล็กดีจะจัดตำแหน่งเข้าวงแหวนได้เอง ทำให้ชาร์จติดง่ายและไม่หลุดกลางทาง แต่ถ้าแม่เหล็กอ่อน จะต้องคอยจัดตำแหน่งเองและมีโอกาสชาร์จไม่เข้าได้ เรื่อง “หนาและน้ำหนัก” เคสที่มี Lens Coverage มักจะหนากว่าเคสปกติเล็กน้อย เพราะมีชิ้นส่วนฝาปิดเลนส์เพิ่มมา ข้อดีคือช่วยลดรอยขีดข่วนที่เลนส์เวลาวางคว่ำหรือใส่กระเป๋าร่วมกับของอื่น ๆ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือเวลาใส่กางเกง/กระเป๋าเล็ก ๆ อาจจะตุงขึ้นนิดนึง และถ้าเราใช้กิมบอลหรือคลิปหนีบเลนส์เสริม อาจต้องถอดเคสบางครั้งเพราะชิ้นฝาครอบไปชนอุปกรณ์ ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ “ฝาปิดเลนส์มีผลกับการถ่ายรูปไหม” ทริคของเราคือก่อนซื้อให้ดูว่าเวลาปิดฝาแล้วมีช่อง/ขอบยื่นมาบังแฟลชหรือไม่ บางรุ่นถ้าดีไซน์ไม่ดี เวลาถ่ายในที่มืดอาจเกิดแสงสะท้อนหรือเงาจากขอบฝาได้ และอย่าลืมลองเปิด-ปิดหลาย ๆ รอบว่าบานพับแน่นกำลังดี ไม่หลวมจนเปิดเองในกระเป๋า และไม่แน่นจนเปิดยาก สำหรับคนใช้ iPhone 13 (หรือใกล้เคียง) แนะนำให้เช็กตำแหน่งวงแหวนแม่เหล็กของเคสด้วย เพราะถ้าวงแหวนไม่ตรงมาตรฐาน MagSafe อาจชาร์จช้าลงหรือร้อนง่ายขึ้นเล็กน้อย เราจะสังเกตจากการชาร์จ: ถ้าติดแล้วไฟสถานะขึ้นปกติและไม่ตัด ๆ ต่อ ๆ ถือว่าโอเค สุดท้ายเรื่องการดูแล: เคสแบบฝาปิดเลนส์ควรเช็ดฝุ่นบริเวณฝาเป็นระยะ เพราะฝุ่นละเอียดสามารถเสียดสีกับโมดูลกล้องได้ โดยเฉพาะถ้าเราไปคาเฟ่/ทะเล/ที่มีทราย ถ้าถามว่าคุ้มไหม สำหรับเราเหมาะกับคนที่เน้นปกป้องเลนส์จริงจังและใช้ MagSafe เป็นประจำ แต่ถ้าถ่ายรูปบ่อยมากและต้องการหยิบขึ้นมาถ่ายเร็ว ๆ อาจต้องชั่งใจเรื่องขั้นตอนเปิดฝาเพิ่มขึ้นนิดนึงค่ะ
















