From generation to generation until many generations ago
The mural of the Ktathawang Kaew balcony has been nourished to remain beautiful, both from the inquiry that the mechanic's team has found out that it is caused by moisture and rainfall until the exposure of both tourists and visitors. Of course, everything is deteriorating, but with the talents and skills of Thai painters, ✍ I am convinced that Thai art will always be preserved as beautiful as this. 🥰 ✨
ถ้าใครกำลังหา “จิตรกรรมฝาผนังวัดพระแก้ว” แล้วอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องซ่อมแซมอยู่เรื่อย ๆ บอกเลยว่าพอได้มายืนดูที่ระเบียงคตจริง ๆ จะเข้าใจทันทีค่ะ/ครับ งานละเอียดมาก และพื้นที่เป็นทางเดินยาว ทำให้เจอทั้งคนเยอะ อากาศชื้น และละอองฝนที่พัดเข้ามาได้ง่ายกว่าที่คิด สิ่งที่ทีมช่างเล่า (และที่สังเกตได้เอง) คือศัตรูหลักของจิตรกรรมฝาผนังคือ “ความชื้น” เพราะความชื้นสะสมทำให้สีและชั้นปูนมีโอกาสเสื่อม สีกระเทาะ หรือเกิดคราบได้ พอรวมกับ “ละอองฝน” ในบางช่วงฤดู และ “การสัมผัสจากผู้เข้าชม” ก็ยิ่งเร่งให้ผิวงานสึกเร็วขึ้น หลายคนเผลอเอามือไปแตะเพื่อดูผิวสีหรือชี้ให้เพื่อนดูใกล้ ๆ ซึ่งแค่สัมผัสเบา ๆ แต่เกิดซ้ำทุกวันก็มีผลค่ะ/ครับ ที่น่าประทับใจคือกระบวนการ “ซ่อมแซม/บูรณะจากรุ่นสู่รุ่น” ของช่างจิตรกรรมไทย เหมือนงานศิลป์ถูกส่งต่อความรับผิดชอบกันเป็นทอด ๆ จุดที่เริ่มซีดหรือหลุดร่อนจะถูกเก็บรายละเอียดอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ภาพยังคงโทนเดิมและไม่หลุดจากเอกลักษณ์เดิมของจิตรกรรมฝาผนังวัดพระแก้ว เวลาเดินดูจะเห็นความเนียนของงานซ่อมบางจุดจนแทบแยกไม่ออกเลยว่ามีการซ่อมแซมมาก่อน ถ้าอยากไปชมให้คุ้ม แนะนำให้เผื่อเวลาเดินช้า ๆ แล้วเลือกดู “เป็นช่วง ๆ” เพราะภาพยาวและรายละเอียดแน่นมาก ลองสังเกตเส้นสาย เครื่องแต่งกาย ตัวละคร และฉากหลัง จะเห็นความประณีตที่ถ่ายรูปอย่างเดียวอาจไม่ครบ อีกอย่างคือควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช (ถ้ามีป้ายแจ้ง) และสำคัญที่สุดคืออย่าแตะผนังหรือพิงราวใกล้ภาพ เพื่อช่วยกันให้จิตรกรรมฝาผนังระเบียงคตยังงดงามไปได้อีกหลายชั่วอายุคน โดยรวมแล้ว การได้มาเห็นจิตรกรรมฝาผนังวัดพระแก้วพร้อมรู้เบื้องหลังการซ่อมแซม ทำให้รู้สึกว่าศิลปกรรมไทยไม่ได้แค่ “สวย” แต่ยังมีคนคอยดูแลอย่างจริงจังอยู่ตลอด เป็นงานที่ควรมาดูสักครั้งและช่วยกันรักษาเวลาเข้าชมค่ะ/ครับ