จากประสบการณ์ที่เคยดูแลแมวที่เป็นฝี สิ่งแรกที่ควรทำคือการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีตุ่มหรือแผลที่เกิดจากฝี ควรแยกแมวตัวนั้นออกจากแมวตัวอื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ การล้างแผลแมวเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะถ้าทำไม่ถูกวิธีอาจทำให้แผลอักเสบหรือเน่าได้ เมื่อพาแมวไปรอคิวล้างแผลกับสัตวแพทย์ เช่น คุณแม่ตุ๊ก ที่ช่วยดูแลกระบวนการล้างอย่างถูกสุขอนามัย จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ในช่วงที่บ้านยังรอคิวพบสัตวแพทย์ สามารถทำความสะอาดแผลเบื้องต้นได้ด้วยน้ำเกลืออุ่น หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือสารเคมีที่อาจทำให้แผลระคายเคือง และพยายามอย่าให้น้องแมวเกาแผล เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ การดูแลแมวที่เป็นฝีต้องอาศัยความอดทนและความรัก เพราะแผลอาจจะใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในการหาย ข้อแนะนำเพิ่มเติมคือควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อประเมินแผลและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม อีกทั้งยังช่วยให้ได้รับยาปฏิชีวนะหรือยาบรรเทาอาการปวดถ้าจำเป็น สรุปก็คือ การดูแลแมวที่เป็นฝีไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใส่ใจและปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้น้องแมวหายไวและมีสุขภาพดีในที่สุด
5/26 แก้ไขเป็น