แล่ปลากันสดๆน้ำหนัก110 KG
ใครเป็นสาวกแดนปลาดิบไปจัดได้ที่ร้าน Katsu Midori เปิดสาขาใหม่อีกเเล้วที่ เมกะบางนาได้เลเมกาบางนา
ถ้าใครเสิร์ช “ทูน่าบลูฟิน” แล้วอยากได้ประสบการณ์แบบเห็นกับตา เราว่าจุดไฮไลต์ของการไป Katsu Midori MEGA Bangna คือ “ความสด” และ “ความตื่นเต้นตอนแล่” จริงๆ เพราะได้เห็นทูน่าบลูฟินตัวใหญ่ๆ (ของเราที่เจอคือหนักประมาณ 110 กิโลกรัม) ถูกแล่สดๆ ให้ดู เนื้อปลาดูเป็นเงา สีสวย และกลิ่นทะเลไม่แรงเลย ทำให้เข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงบอกว่าฟีลเหมือนอยู่ตลาดปลาในญี่ปุ่น สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยรู้จักทูน่าบลูฟิน แนะนำให้เริ่มจากสั่งแบบ “รวมส่วน” หรือสั่งเป็นคำๆ แล้วค่อยเทียบความต่างของแต่ละชิ้น เพราะทูน่าไม่ได้มีรสเดียวทั้งตัว โดยทั่วไปจะมีส่วนที่เนื้อแดง (รสเข้มขึ้น เคี้ยวแน่นขึ้น) และส่วนที่ติดมันมากขึ้น (จะนุ่ม ละมุน หวานมันกว่า) เวลาได้กินคู่กับข้าวซูชิอุ่นๆ จะรู้สึกว่าความมันของปลาเด่นมากขึ้น แต่ถ้าใครไม่ถนัดมันๆ ให้เลือกชิ้นที่แดงขึ้นมาหน่อยจะบาลานซ์กว่า ทริคเล็กๆ ตอนสั่งให้คุ้ม: ถ้ามีเมนูที่ระบุว่าเป็น “บลูฟิน” ชัดเจน ลองถามพนักงานได้เลยว่าตอนนี้มีส่วนไหนเด่น หรือแนะนำคำไหนเป็นพิเศษ (บางวันเน้นส่วนหนึ่งมากกว่าอีกส่วน) และถ้าไปเป็นกลุ่ม การสั่งหลายคำหลายแบบช่วยให้แชร์กันชิมแล้วสนุกกว่า ได้เทียบทั้งซูชิและซาชิมิในมื้อเดียว อีกอย่างที่เราให้คะแนนคือบรรยากาศสาขาเมกะบางนา เดินทางง่าย เหมาะกับคนที่อยากลองของดีแบบไม่ต้องบินไปไกล เห็นป้าย KATSU MIDORI / KATSU MIDORI SUSHI แล้วหาไม่ยาก แต่ช่วงคนเยอะอาจต้องเผื่อเวลารอคิวหน่อย ถ้าอยากได้โมเมนต์ดูแล่สดๆ แนะนำไปช่วงเวลาที่ร้านมีกิจกรรมแล่พอดี (ลองเช็กหรือถามหน้าร้านก่อน) จะได้ไม่พลาดไฮไลต์ สรุปสำหรับคนอยากตามรอย “ทูน่าบลูฟิน” แบบจริงจัง: ไปที่ Katsumidori MEGA Bangna แล้วลองสั่งเป็นคำๆ เพื่อชิมความต่างของแต่ละส่วน ดูแล่สดๆ แล้วค่อยเลือกว่าเราชอบแนวเนื้อแดงแน่นๆ หรือแนวหวานมันละลายในปากมากกว่ากัน
🍋🍋❤️❤️