มาลอง SBTI ในวันที่ MBTI ตกเทรนด์

4/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “แบบทดสอบ SBTI” แล้วสงสัยว่ามันคืออะไร ต่างจาก MBTI ยังไง และทำแล้วได้อะไรบ้าง เรามาเล่าประสบการณ์ตรงหลังจากลองทำเองแบบสด ๆ เผื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรลองไหม อย่างแรกเลย ตัวแบบทดสอบ SBTI ที่เราเจอจะขึ้นว่าเป็นแบบทดสอบฟรี มีประมาณ 30–31 คำถาม (ตอนเราเข้าไปทำเห็นนับข้อประมาณนี้) คำถามส่วนใหญ่เป็นแนวสถานการณ์/นิสัยการทำงาน เช่น เรื่องการวางแผน การตัดสินใจ วิธีจัดการความเสี่ยง หรือเวลาทำงานร่วมกับคนอื่น แล้วให้เลือกจากตัวเลือก 3 ข้อ ซึ่งทำให้ตอบง่ายและไม่ต้องคิดนานมาก สิ่งที่เราชอบคือหน้าผลลัพธ์สรุปออกมาเป็น “หลายมิติ” (เห็นระบุประมาณ 15 มิติ) และมีการจัดกลุ่มเป็นโมเดล/บุคลิกภาพย่อย ๆ รวมถึงบอกเปอร์เซ็นต์ความตรงด้วย ของเราออกมาเป็นบุคลิกภาพหลัก “สายคุม CTRL” พร้อมข้อความแนว ๆ จับคู่ได้ 80% ตรงเป๊ะ (ประมาณนี้) ทำให้รู้สึกว่าเขาพยายามอธิบายความเป็นเราแบบละเอียดกว่าแค่ติดป้าย 4 ตัวอักษร ทริคเล็ก ๆ ตอนทำให้ผลไม่แกว่ง: เราพยายามตอบจาก “พฤติกรรมจริงในช่วง 3–6 เดือนล่าสุด” ไม่ใช่ตอบจากภาพในอุดมคติ เช่น ถ้าถามเรื่องการวางแผน เราจะนึกถึงตอนทำงาน/เรียนจริงว่าปกติเราทำเช็กลิสต์ไหม เผื่อเวลาไหม หรือชอบลุยก่อนค่อยแก้ทีหลัง เพราะตอบแบบเข้าข้างตัวเอง ผลมักจะไม่ค่อยตรงเวลาเอาไปใช้ พอได้ผล “สายคุม CTRL” เราเอาไปใช้ง่าย ๆ แบบนี้: - เวลาทำงานทีม: บอกเพื่อนร่วมทีมให้ชัดว่าเราถนัดคุมโครง/ไทม์ไลน์ แต่ต้องระวังไม่เผลอ “คุมทุกอย่าง” จนคนอื่นอึดอัด - เวลารับงานใหม่: ตั้งกติกากับตัวเองว่า 20% แรกให้สำรวจและวางแผน ที่เหลือค่อยลงมือ ไม่งั้นจะติดวางแผนจนเริ่มช้า - เวลาตัดสินใจ: ถ้าเราเป็นสายชอบความชัวร์ ให้กำหนดเกณฑ์ “พอใช้ได้” ไว้ก่อน เช่น ได้ข้อมูล 70% ก็เริ่มทำได้ ไม่ต้องรอ 100% ส่วนคำถามยอดฮิตว่า SBTI แม่นไหม? สำหรับเรามองว่าเป็นเครื่องมือ “สะท้อนนิสัย” มากกว่าเครื่องมือวัดแบบวิทยาศาสตร์เป๊ะ ๆ ใช้เพื่อเข้าใจตัวเองและคุยกับคนอื่นให้ลื่นขึ้นจะเวิร์กที่สุด ถ้าใครอยากลองแบบทดสอบ SBTI แนะนำทำตอนอารมณ์นิ่ง ๆ ไม่รีบ แล้วค่อยอ่านคำอธิบายแต่ละมิติ เทียบกับชีวิตจริง จะได้ประโยชน์กว่าดูแค่ชื่อบุคลิกภาพอย่างเดียวค่ะ