Stay in a confident hotel 🏨 15 sentences from check-in to check-in.
🏨 Volume 2: Hotel & Accommodation
Whether you ask Wi-Fi 🛜, call the staff, or leave your luggage, it's all valid! Save your time to travel. 💼
จากประสบการณ์เดินทางเอง บางทีเรารู้คำศัพท์แยก ๆ แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์กลับพูดไม่ออก เพราะสถานการณ์มันเร็วและมีคำถามต่อเนื่อง เลยสรุป “ประโยคต่อบทสนทนา” ให้ใช้ลื่นขึ้น โดยเน้นช่วงเช็คอินโรงแรมภาษาอังกฤษที่หลายคนเจอบ่อยที่สุด 1) เริ่มบทสนทนาตอนถึงล็อบบี้ (Check-in) - “Hi, I have a reservation under (ชื่อ).” = สวัสดีค่ะ/ครับ มีจองไว้ชื่อ… - ถ้าอยากถามว่ามาถูกที่ไหม: “Is this the check-in counter?” = ตรงนี้เช็คอินใช่ไหม - ถ้าโดนถามเอกสาร: “Here is my passport/ID.” = นี่คือพาสปอร์ต/บัตรค่ะ/ครับ 2) คีย์การ์ด + รายละเอียดห้อง - “Could I have the room key/key card, please?” = ขอคีย์การ์ดได้ไหม - “Could we have two key cards?” = ขอคีย์การ์ด 2 ใบได้ไหม (สำคัญมากเวลาไปกับเพื่อน/คู่) - “Which floor is the room on?” = ห้องอยู่ชั้นไหน 3) Wi‑Fi ที่โรงแรม (ถามให้ชัด) - “What’s the Wi‑Fi password?” = รหัส Wi‑Fi คืออะไร - “Is the Wi‑Fi free?” = Wi‑Fi ฟรีไหม - ถ้าใช้ไม่ได้: “The Wi‑Fi isn’t working in my room.” = Wi‑Fi ในห้องใช้ไม่ได้ 4) อาหารเช้า/เวลาเสิร์ฟ - “Is breakfast included?” = รวมอาหารเช้าไหม - “What time is breakfast served?” = อาหารเช้าเริ่มกี่โมง - “Where is the breakfast area?” = ห้องอาหารอยู่ตรงไหน 5) ขอความช่วยเหลือเรื่องกระเป๋า/ทางไปลิฟต์ - “Could you help me with my luggage?” = ช่วยยกกระเป๋าได้ไหม - “Where is the elevator?” = ลิฟต์อยู่ตรงไหน - “My room number is ___.” = หมายเลขห้องฉันคือ… 6) แจ้งปัญหาในห้อง + ขอช่าง - “The air conditioner isn’t working.” = แอร์ไม่ทำงาน - “Could you send someone to fix it?” = ส่งคนมาซ่อมได้ไหม - “Could I change rooms?” = ขอเปลี่ยนห้องได้ไหม (พูดไว้เผื่อซ่อมไม่ทัน) 7) ขอพักต่อ/เช็คเอาท์/ฝากกระเป๋า - “Can I extend my stay for one more night?” = ขอพักต่ออีก 1 คืนได้ไหม - “I’d like to check out, please.” = ขอเช็คเอาท์ค่ะ/ครับ - “Could you store my luggage after check-out?” = ฝากกระเป๋าหลังเช็คเอาท์ได้ไหม โบนัส: คำว่า “พักเบรก ภาษาอังกฤษ” ใช้ยังไงให้เป็นธรรมชาติ - ถ้าหมายถึงพักระหว่างเดินทาง/ทำกิจกรรม: “Let’s take a break.” หรือ “I need a short break.” - ถ้าหมายถึงพักใจ/พักผ่อน: “I need some time to recharge.” หรือ “I’m taking a break to clear my mind.” (ใกล้เคียง “ที่พักใจ” ในความหมายเชิงความรู้สึก) ทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้พูดคล่อง: พกประโยคเป็นแพตเทิร์น เช่น “Could I…, please?” “Where is…?” “What time…?” แล้วเติมคำหลัก (Wi‑Fi, elevator, breakfast, key card) เข้าไป จะเอาตัวรอดได้แทบทุกสถานการณ์ในโรงแรมเลย






