สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหาข้อมูลเรื่อง “พรีเวดดิ้ง” เราเคยงงเหมือนกันว่าต้องเริ่มจากอะไรดี เลยสรุปเป็นแนวทางที่ช่วยให้เตรียมตัวง่ายขึ้น และลดหลุดพลาดในวันถ่ายจริงค่ะ 1) พรีเวดดิ้งคืออะไร และควรถ่ายเมื่อไหร่ พรีเวดดิ้งคือการถ่ายภาพคู่ก่อนวันแต่ง เพื่อใช้ทำการ์ด ของตกแต่งหน้างาน หรือเก็บเป็นความทรงจำ ส่วนตัวเราแนะนำให้ถ่ายก่อนงานจริงประมาณ 2–3 เดือน เผื่อเวลาคัดรูป รีทัช และผลิตงานพิมพ์ต่าง ๆ ถ้าใครมีคิวช่างแต่งหน้าหรือสตูดิโอแน่น ๆ ควรจองไว้ก่อนเลย 2) กำหนดสไตล์/ธีมให้ชัด จะเลือกชุดง่ายขึ้น ลองเลือกโทนที่ชอบก่อน เช่น มินิมอล หวานละมุน วินเทจ หรือสตรีท แล้วค่อยเลือกโลเคชันและชุดตามธีม จะช่วยให้ภาพออกมาดู “ไปทางเดียวกัน” ไม่หลุดคอนเซ็ปต์ 3) เลือกชุดแต่งงาน/ชุดเจ้าสาวให้เหมาะกับโลเคชัน - ถ่ายในสตูดิโอ: เลือกชุดเจ้าสาวทรงใหญ่/หางยาวได้ เพราะเดินไม่ลำบาก - ถ่ายเอาต์ดอร์: ชุดที่คล่องตัว ผ้าพลิ้วแต่ไม่หนักเกินไป จะช่วยให้โพสสบายและไม่เหนื่อยเร็ว ทริคของเรา: ลองนั่ง เดิน ยกแขน หมุนตัวตอนลองชุดจริง ๆ จะรู้ทันทีว่าชุดไหนใส่แล้วทำท่ายากหรือง่าย 4) วางไทม์ไลน์วันถ่ายให้พอดี (สำคัญมาก) ในรูปมีเวลา “14:00” ทำให้เรานึกถึงจุดที่หลายคู่พลาดคือเริ่มถ่ายช่วงบ่ายแดดแรง ถ้าเป็นเอาต์ดอร์ แนะนำให้วางเวลาถ่ายหลัก ๆ ช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก (แสงจะนุ่มกว่า) แต่ถ้าจำเป็นต้องเริ่มบ่ายจริง ๆ ให้เตรียมร่ม พัดพกพา และเลือกมุมร่มเงาไว้ก่อน 5) เช็กลิสต์ของที่ควรเตรียมไป - รองเท้าสำรอง (ส้นเตี้ย/ผ้าใบ) สำหรับเดินเปลี่ยนโลเคชัน - แป้งซับมัน/ทิชชู่เปียก/สเปรย์น้ำแร่ - กิ๊บดำ ยางรัดผม เทปกันเสียดสี - น้ำดื่ม + ของหวานเล็ก ๆ กันหน้ามืด - เข็มกลัด/คลิปหนีบ เผื่อชุดหลวม 6) ไอเดียโพสง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ - เดินจับมือแล้วมองกัน (ได้ภาพธรรมชาติสุด) - เจ้าบ่าวโอบจากด้านหลัง เจ้าสาวหันยิ้ม - หันข้างให้กล้อง แล้วเอียงหน้าเข้าหากันเล็กน้อย เคล็ดลับที่ช่วยมากคือ “คุยกันจริง” ระหว่างถ่าย ภาพจะไม่แข็งค่ะ ถ้าคุณกำลังจะถ่ายพรีเวดดิ้งเร็ว ๆ นี้ ลองเริ่มจากเลือกธีม + วางเวลา + เลือกชุดให้เหมาะกับสถานที่ แค่นี้วันถ่ายจะไหลลื่นขึ้นเยอะ และได้รูปที่ตรงใจมากขึ้นค่ะ
5/25 แก้ไขเป็น