Automatically translated.View original post

The parable that people like to eat pork dips

Before we went to the hospital in the evening, we ate a pig dipped, and then we saw a pink pig that was boiled for a long time, and asked if it could be eaten, so we ate it. When we woke up at 8 o'clock in the morning, we felt a lot of puke, took several times, fever, chills, blanket, two layers of blankets, still cold, pale fingernails, so we had to take us to the hospital, and we found out that we had a stomach infection, H.pylori.

After that, I choose to eat more. I don't eat pan pork or pork dips again. I only eat my own or cooked food.

# lemon 8 tell each other # Tell yourself # Sickness experience

6/22 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ตรงที่ได้เล่ามา ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ชอบกินหมูจุ่มหรือหมูปิ้งก็คือความระมัดระวังเรื่องความสุกของเนื้อหมูครับ หมูจุ่มบางครั้งอาจจะถูกต้มหรือย่างไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะถ้าหมูยังมีสีชมพูหรือมีลักษณะไม่สุกดี จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อในกระเพาะอาหารหรือแบคทีเรียต่างๆ รวมถึงเชื้อ H.pylori ซึ่งทำให้เกิดอาการไข้ หนาวสั่น ท้องเสีย อาเจียนเหมือนในเรื่องนี้ได้ นอกจากเชื้อ H.pylori ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะและแผลในกระเพาะอาหาร การรับประทานเนื้อหมูที่ไม่สุกยังเสี่ยงต่อเชื้อพยาธิอย่างพยาธิใบไม้ในตับและเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการป่วยรุนแรงได้ สำหรับตัวผมเอง หลังจากที่ได้อ่านและได้ยินเรื่องนี้แล้ว ผมก็เลือกปรับเปลี่ยนการกิน โดยเน้นเลือกกินหมูที่ปรุงสุกจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง หมูจุ่ม หรือหมูปิ้ง ต้องแน่ใจว่าเนื้อไม่มีสีชมพูและสุกทั่วถึง นอกจากนี้ ผมยังแนะนำให้เลือกซื้อหมูจากร้านหรือแหล่งที่เชื่อถือได้ และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น หมูดิบหรือหมูที่เก็บไว้นานเกินไป ถ้าใครมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียบ่อยๆ หรือมีไข้สูงหลังจากกินหมูจุ่มหรือหมูปิ้ง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะเชื้อ H.pylori สามารถรักษาได้ถ้าตรวจพบเร็ว สุดท้ายนี้ การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นถือเป็นประโยชน์มากครับ เพราะมันช่วยให้เราระมัดระวังและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที