เลือกเรียนภาษาที่จีน ฉบับไม่เสียดายเงิน (จากใจคนเจ็บมาแล้ว🥹)

เดี๋ยวนี้ภาษาจีนคือ “the must!” ใครได้ภาษาที่3 เป็นจีนถือว่าอัพค่าตัวสับๆ เราก็ได้โอกาสจากภาษาจีนเหมือนกัน

ซึ่งถ้าจะให้ดีคือการเรียนที่จีนเลย เราจะได้ภาษาและวัฒนธรรมด้วย

.

⚠️คำเตือน!: อย่าไปแค่ 1 เดือน เพราะมันไม่ได้อะไรเลย (เสียดายตัง) แนะนำไปอย่างน้อย "3 เดือน" ให้ดีคือ 1 ปี

.

ก่อนเลือก ลองเช็ค4 ลิสท์นี้ก่อน จะได้ไม่ปาดน้ำตาแบบเรา 🥹

🏙️ เมืองที่เหมาะกับ lifestyle เรา: แบบไหน ในเมืองคนเยอะ หรือที่ชิลๆ มีที่ธรรมชาติ เราไม่ชอบคนเยอะ เลยเลือกที่ไม่เมืองจ๋า ตอนโจทย์เรามาก อากาศดี บรรยากาศดี แต่ของเรานอกเมืองไปหน่อย แงง

.

📚ต้องมีการวัดระดับ

เพราะ บางสถาบันเน้นปูตั้งแต่เริ่มเลย คนมีพื้นฐานแล้วเสียเวลาชีวิตเป็นเดือน (เราเสียดาย3 เดือนมาก) เพื่อนบางคนหัวไว สอบเรียนข้ามระดับเลย ส่วนเราทำไรไม่ได้จ้า

.

🥘 การกิน!!

ใครเลือกกิน(แบบเราเอง) อาหารแต่ละเมืองไม่เหมือนกัน ลองดูว่าชอบอาหารแนวไหน แต่อาหารที่คนไทยส่วนใหญ่อร่อย(เราและเพื่อนชอบ)คือ

Sichuan/hunan : สายแซ่บ สายเผ็ดชา คนไทยชอบ แต่ชาทุกเมนู

Guangdong: สายติ่มซำ รสชาติคลีนๆ จืดๆ กลมกล่อม ใสๆ

Dongbei: จานใหญ่จุกๆ เน้นแป้ง รสชาติเจ้มจ้น

.

🚩หอพัก กฎ:

ขอได้ขอ ทั้งสภาพห้อง และกฎระเบียบ ของเรามีเคอฟิว 4 ทุ่ม ปิดไฟ 5 ทุ่ม น่าหงุดหงิดมาก จะออกไปค้างข้างนอกก็ต้องขออนุญาต คือจะไปใช้ชีวิตแบบจีนแบบใด

#เรียนที่จีน #เรียนต่อประเทศจีน #Lemon8ฮาวทู 🍋

3/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์เรียนภาษาจีนที่ประเทศจีนจริง ๆ สิ่งหนึ่งที่อยากเพิ่มเติมคือการวางแผนล่วงหน้าก่อนการเรียน เพื่อให้เราได้ประสบการณ์ที่ครบถ้วนและไม่เสียเงินเปล่า อันดับแรกคือการตั้งเป้าหมายของการเรียนภาษาจีนให้ชัดเจน เช่น ต้องการเรียนเพื่อการทำงาน หรือเพื่อการสื่อสารทั่วไป เพราะนี่จะช่วยกำหนดระดับภาษาและสถาบันที่เหมาะสมกับเราได้มากขึ้น นอกจากนี้ การใช้ชีวิตในเมืองที่เลือกเรียนก็มีผลต่อการเรียนภาษามาก เพราะนอกจากจะได้ฝึกพูดภาษาจีนในชีวิตประจำวันแล้ว ความชอบส่วนตัวเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เช่น ชอบบรรยากาศเมืองใหญ่ที่คึกคัก หรือชิล ๆ ใกล้ธรรมชาติ ก็ช่วยให้เรามีความสุขกับการเรียนและการใช้ชีวิต รวมถึงลดความเครียดและเพิ่มความตั้งใจเรียน เรื่องที่พักก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากเจอหอพักที่มีกฎระเบียบเข้มงวดเกินไป หรือบรรยากาศไม่เหมาะกับเรา เช่น เคอร์ฟิวดึก ทำให้รู้สึกอึดอัด อาจส่งผลกับการเรียนและความรู้สึกโดยรวมของเราได้ ควรสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับหอพักก่อนตัดสินใจ หรืออาจหาที่พักเองในย่านที่สะดวกและตรงกับสไตล์ชีวิตของเรา ในด้านการกิน หากคุณชอบอาหารเผ็ดสไตล์เสฉวนหรือหูหนาน การเลือกเมืองในแถบนี้น่าจะเหมาะ ทั้งยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านอาหาร แต่ถ้าชอบรสชาติคลีน ๆ ใส ๆ เมืองกวางตุ้งและติ่มซำก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน ส่วนถ้าชอบจานใหญ่เน้นแป้งและรสชาติเข้มข้น เมืองตงเบยจะตอบโจทย์ สุดท้าย อยากแนะนำว่าอย่าเรียนแค่ช่วงสั้น ๆ เช่น 1 เดือน เพราะการเรียนภาษาให้ได้ผลต้องใช้เวลาและการฝึกฝนต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนถึง 1 ปี เพื่อให้เกิดความชำนาญและความมั่นใจในการใช้ภาษาจีนจริง ๆ หวังว่าเคล็ดลับและประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้คนที่กำลังวางแผนไปเรียนภาษาจีนที่จีน ได้เตรียมตัวและเลือกได้อย่างเหมาะสม ไม่ต้องเสียดายเงิน เสียเวลา และไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดเหมือนประสบการณ์ตัวเองค่ะ