เร็วกว่า ใช่จะมีชัยเสมอไป

ในทุกการแข่งขันย่อมมีการแย่งชิง นั่นเพราะที่หนึ่ง มีได้แค่คนเดียวเท่านั้น ในยุคสามก๊กก็เช่นกัน หากอยากได้อำนาจหรือแผ่นดินของศัตรู ย่อมต้องแย่งชิงแข่งขันกันอยู่เสมอ ชนิดที่เรียกว่าใครคว้าได้คว้าเอา มันจึงเป็นเรื่องของความไวในยามศึกสงคราม

แต่ครั้งหนึ่งในยุคสามก๊ก ก็มีผู้ที่เปิดโอกาสให้คู่แข่ง ได้เข้ายึดเมืองก่อน เรียกได้ว่าให้เกียรติคู่แข่งแบบสุดๆ ขงเบ้งเคยเปิดโอกาสให้จิวยี่ มีสิทธิในการยึดเมืองลำกุ๋นได้ก่อน ซึ่งเมืองลำกุ๋นนั้นเป็นยุทธศาสตร์หลัก ที่ใครๆก็อยากครอง โดยให้เหตุผลว่า ง่อก๊กของซุนกวนเจ้านายของจิวยี่ ได้ลงทุนลงแรงในการศึกที่ผาแดงมากกว่า เมื่อลงทุนก่อน ก็มีสิทธิในการยึดครองก่อน

เมื่อจิวยี่ได้ฟังก็ดีใจเป็นอย่างมาก คิดในใจสุดท้ายตัวจิวยี่ต้องตีเอาเมืองลำกุ๋นได้แน่ๆ จิวยี่จึงโหมหนักบุกเข้าตีลำกุ๋นอย่างเต็มที่ ทำให้สถานการณ์ของโจหยินถูกกดดันอย่างหนัก โจหยินต้องใช้ไพ่ตาย เปิดอ่านแผนลับที่โจโฉทิ้งเอาไว้ เมื่ออ่านจบ โจหยินก็สั่งให้ทหารพกเสบียงอาหารติดตัว และอพยพหนีออกจากเมืองพร้อมเปิดประตูทั้งสามด้านทิ้งเอาไว้

จิวยี่ที่สังเกตการณ์ดูทีข้าศึก ก็สั่งให้บุกเข้าตีเมืองโดยทันที เมื่อบุกเข้าไปแล้วจิวยี่ก็ต้องเสียท่าให้กับกลอุบายของโจหยิน เค้าถูกลูกธนูดั่งห่าฝนยิงเข้าใส่ เป็นเหตุให้ตัวเองบาดเจ็บจากธนูและตกจากม้า เมื่อจิวยี่ป่วยจากพิษธนู กองทัพก็หมดกำลังใจ ต้องเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในค่าย ฝ่ายโจหยินก็ส่งทหารมาเยาะเย้ยเย้ายวนทุกวี่วัน สุดท้ายคนอารมณ์ร้อนอย่างจิวยี่ก็ทนไม่ไหว บุกออกไปต่อสู้กับทัพโจหยิน แต่ข้อห้ามของบาดแผลจากพิษธนูของจิวยี่คือตัวเขาห้ามโกรธ..มิเช่นนั้นพิษจะกำเริบ

ยิ่งต้องกลของโจหยิน ก็ยิ่งทำให้จิวยี่โกรธแค้นมากขึ้นไปอีก และกระอักเลือดตกหลงจากหลังม้าอีกครั้ง

แต่จากสถานการณ์นี้.. จิวยี่จึงเปลี่ยนจากความเสียเปรียบเป็นความได้เปรียบ เค้าแกล้งลวงว่าตัวเองตายไปแล้ว มีการให้ทหารใส่ชุดขาว เพื่อลวงให้ฝั่งโจหยินตายใจ

เมื่อฝั่งโจหยินคิดว่าจิวยี่ลาโลกไปแล้ว จึงยกทัพหวังบุกถล่มทัพจิวยี่ให้ยับเยิน..แต่หารู้ไม่ว่านี่คือกลตลบหลังของจิวยี่ ทัพของจิวยี่ที่ดักซุ่มอยู่ก่อนแล้ว ก็บุกตีท้ายครัวทัพโจหยินซะเละเทะ ท้ายที่สุด ทัพของโจหยินก็แตกพ่ายหนีไปเมืองอื่น

เมื่อจิวยี่เอาชนะทัพโจหยินได้แล้ว ก็ยกทัพบุกเข้าประชิดเมืองลำกุ๋น หวังยึดเมืองแบบสบายๆ แต่เมื่อมองขึ้นไปบนกำแพงเมือง.. ตัวเขาก็พบเข้ากับ “จูล่ง” ! ทหารเอกของเล่าปี่ ที่ขงเบ้งส่งมายึดเมืองลำกุ๋น ตัวจูล่งได้แจ้งต่อจิวยี่ว่า “เมื่อท่านขงเบ้งรู้ว่าท่านจิวยี่เสียทีแก่โจหยิน จึงทำตามข้อตกลงที่สัญญากันเอาไว้..

เมื่อท่านไม่สามารถเอาชัยได้ก็เป็นทีของท่าขงเบ้งในการเข้ายึดเมืองต่อจากท่าน”

แผนการนี้ขงเบ้งได้ให้ทหารของจูล่ง ปลอมเป็นทหารทัพโจหยินที่แพ้หนีกลับเมืองมา เมื่อทหารข้างในเมืองนึกว่าเป็นพวกเดียวกัน จึงเปิดประตูเมืองออก ทันใดนั้นทัพของจูล่งก็บุกเข้าไปยึดเมืองได้ง่ายๆ แม้จิวยี่จะด่าสาปส่งขงเบ้งแค่ไหน แม้จิวยี่จะมองว่าขงเบ้งฉวยโอกาสอย่างไร แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า..

ขงเบ้งไม่ได้ทำผิดกฎข้อตกลงใดๆ ซ้ำยังให้เกียรติจิวยี่ในการได้โอกาสเข้ายึดเมืองก่อน แต่เมื่อเพลี่ยงพล้ำไปแล้ว จะหาว่าตัวเขาฉวยโอกาสก็ไม่ได้ ด้วยกลอุบายนี้ของขงเบ้ง ทำให้สามารถยึดเมืองลำกุ๋นเอาไว้ได้ โดยแทบไม่เสียไพร่พลแม้แต่คนเดียว

หากเราจะมองว่าขงเบ้งผิดสัญญาที่ให้ไว้ ก็อาจพูดได้ไม่เต็มปาก 100% เพราะเกียรติที่ให้จิวยี่ยังเหมือนเดิม

ข้อตกลงก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม..เพียงแต่นี่คือแผนที่ขงเบ้งวางเอาไว้

แผนที่ยืมมือจิวยี่กำจัดทัพโจหยิน

แผนที่ไม่มีเสีย..มีแต่ได้

ไม่เสียหน้า ไม่เสียทหาร ไม่เสียเกียรติ

แต่ได้ชัย ได้เมือง ได้ทุกสิ่ง

#สามก๊กตงง้วน

3/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์สามก๊ก พบว่าความเร็วในการปฏิบัติทางสงครามเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่การวางแผนและใช้ไหวพริบมักจะทำให้ได้เปรียบอย่างมหาศาลในสถานการณ์ที่ท้าทาย เช่นในกรณีของขงเบ้งที่ได้ปล่อยให้จิวยี่เข้ายึดเมืองลำกุ๋นเป็นคนแรก แม้ว่ามองเผินๆจะเหมือนว่าเป็นการให้โอกาสคู่แข่ง แต่จริงๆแล้วนั้นเป็นแผนซ้อนแผนที่ชาญฉลาดและมีเกียรติสุดยอด กลยุทธ์นี้ต้องอาศัยความเข้าใจในจิตวิทยาของฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายของตนเอง รวมถึงการประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเมื่อจิวยี่ถูกโจหยินกดดันจนต้องถอยทัพ พร้อมกับปฏิบัติตนจนทำให้ฝ่ายโจหยินเกิดความประมาท เมื่อโจหยินคิดว่าจิวยี่ตายไปแล้วจึงยกทัพเข้าบุก แต่นั่นกลับเป็นโอกาสทองของจิวยี่และขงเบ้งในการสลับบทบาทและทวงคืนชัยชนะอย่างเด็ดขาด คำกล่าวในภาพ "กก ไวไม่เท่าลึกคิดไม่ทันก็พลาด" สื่อให้เห็นว่าความเร็วอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของชัยชนะ แต่ต้องมีการวางแผนที่รอบคอบ ไหวพริบ และความอดทน จึงจะสามารถสร้างความได้เปรียบและกุมชัยชนะได้จริงๆ นี่เป็นบทเรียนสำคัญที่ยังคงใช้ได้ในยุคปัจจุบัน ไม่ว่ากับการแข่งขันทางธุรกิจ การวางกลยุทธ์ทางการตลาด หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน การเรียนรู้จากวิธีคิดและแผนการแบบขงเบ้งนั้นช่วยให้เราเข้าใจว่า "เร็วกว่า ใช่จะมีชัยเสมอไป" เพราะในความเป็นจริง การคิดลึกซึ้งและระมัดระวังจะช่วยป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายจากความใจร้อน ทั้งยังเป็นการรักษาเกียรติและทรัพยากรที่มีค่าเอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ค้นหา ·
อุทยานการเรียนรู้ พัทยา นิทรรศการ