#รัฐบาลอนุทิน' อนุมัติงบประมาณ 4,000 ล้านบาท
จัด 'MotoGP' ต่อเนื่อง 5 ปี ยืนยันรักษาผลประโยชน์ไทยระยะยาว
.
หลังจากที่มีความเคลื่อนไหวออกมาว่า 'รัฐบาลอนุทิน' ได้มีการอนุมัติงบประมาณในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 'MotoGP' ซึ่งเป็นรายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดโลก สำหรับการแข่งขันรอบใหม่ที่กำลังจะ เกิดขึ้นในปี 2570 มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท โดยเงินก้อนนี้ครอบคลุมการใช้จ่ายในสัญญาที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพต่อเนื่องออกไปอีก 5 ปี (2568-2574) พอหลายฝ่ายได้เห็นตัวเลขนี้ก็เกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่า การอนุมัติงบดังกล่าวจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่อย่าง 'เนวิน ชิดชอบ' หรือไม่ เมื่อลงทุนไปด้วยเงินขนาดนั้นจะคุ้มค่ามากแค่ไหน แล้วไหนจะมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่รัฐไม่ควรต้องแบกรับอีกมากมาย ล่าสุดเมื่อวานนี้ (18 พฤศจิกายน 2568) 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงในประเด็นนี้แล้ว
.
🟠 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้ผลักดันไทยเป็นเจ้าภาพ 'MotoGP'
.
แนวคิดของการเริ่มต้นนำเสนอให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP มีมาตั้งแต่ช่วงที่มีการก่อสร้างสนาม 'ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต' (Chang International Circuit) ของ เนวิน ชิดชอบ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งก็มีการผลักดันแนวคิดนี้เรื่อยมา จนภายหลังที่สนามผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก และมีการจัดการแข่งขันในระดับที่รองลงมาได้สำเร็จแล้ว ก็ได้เริ่มมีการเจรจากับ 'Dorna Sports' เจ้าของลิขสิทธิ์ MotoGP เพื่อขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยให้เหตุผลว่า อยากจะยกระดับให้เมืองบุรีรัมย์กลายเป็น 'เมืองกีฬาโลก' และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอีสานใต้ ช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ด้านความสามารถในการจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกให้กับประเทศไทย
.
เมื่อมาถึงปี พ.ศ. 2560 ในรัฐบาล 'พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา' ทาง 'กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา' โดย 'การกีฬาแห่ง ประเทศไทย' ได้มีการนำเสนอเรื่องการขออนุมัติการเป็นเจ้าภาพ MotoGP เข้าสู่คณะรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก จากนั้นคณะรัฐมนตรีก็ได้เห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแนวคิดหรือแผนการนี้ไปดำเนินการเจรจา จัดทำรายละเอียดสัญญา และดำเนินการเตรียมงานในขั้นต้น ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นได้เห็นชอบกรอบงบประมาณรายจ่ายเพื่อสมทบเป็นค่าลิขสิทธิ์จำนวนรวม 300 ล้านบาท สำหรับการจัดแข่งขัน 3 ปี (2561 - 2563) และทำให้ได้จัดการแข่งขัน 'PTT Thailand Grand Prix 2018' ขึ้นครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2561
.
🟠 MotoGP กับความไม่แน่นอนช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
.
เข้าสู่ พ.ศ. 2567 ในช่วงที่รัฐบาล 'แพทองธาร ชินวัตร' เริ่มต้นทำงานอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านชุดบริหารประเทศ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 ก็ดูเหมือนว่าจะมีสัญญาณที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP เนื่องจากรัฐบาลใหม่ต้องการตรวจสอบความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณก่อนที่จะมีการต่อสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งแต่เดิมสัญญาจะสิ้นสุดที่ปี 2563 แต่เนื่องด้วยการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมในรายละเอียดของสัญญา ทั้งการชดเชยช่วงเวลาเดิมที่ไม่ได้จัดแข่งขัน และมีการขยายระยะสัญญาเพิ่มออกไปอีก 5 ปี ทำให้ฤดูกาลที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพไปสิ้นสุดที่ปี 2569 ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จนเนวินต้องออกมาโพสต์ว่า การจัดแข่งขันที่บุรีรัมย์ปี 2026 อาจเป็นปีสุดท้าย เนื่องจากได้รับแจ้งจากการกีฬาแห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลอาจไม่สนับสนุนงบประมาณในการต่อสัญญาอีก
.
ในฝั่งของแพทองธารก็ได้ออกมาตอบโต้ในประเด็นดังกล่าวทันทีว่า นี่ไม่ได้เป็นการปฏิเสธการต่อสัญญา เพียงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปศึกษาตัวเลขและผลตอบแทนอย่างละเอียดก่อน ซึ่งนายกฯ แพทองธารยืนยันว่า จะมองว่าเป็นการเมืองก็มองได้ แต่เธอขอมองเป็นเรื่องธุรกิจและเงินว่าจะทำรายได้เข้าประเทศมากน้อยแค่ไหน ขอตัดสินแบบนั้น และย้ำว่าหากเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนส่วนมากก็จะดำเนินการต่อแน่นอน ในเวลาต่อมา แม้จะยังไม่มีมติจาก ครม. ออกมาในประเด็นนี้ แต่ก็มีข้อมูลรายงานออกมาว่า ในช่วงต้นปีได้มีการเตรียมการและผลักดันวาระการต่อสัญญา MotoGP ครั้งใหญ่ ที่จะมีผลผูกพันไปจนถึงปี 2574
.
🟠 'รัฐบาลอนุทิน' อนุมัติงบ 4,000 ล้านบาท ปัดเอื้อ 'เนวิน'
.
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 มติคณะรัฐมนตรีในรัฐบ าลอนุทิน ได้เห็นชอบการต่อสัญญาระยะยาว 5 ปี (2570 - 2574) พร้อมอนุมัติกรอบงบประมาณ 3,997.86 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา โดยให้เหตุผลว่าเพื่อต่อยอดความสำเร็จจากสัญญาเดิม และรักษาความเป็นศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตในภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังได้ชี้แจงว่า ตัวเลขที่รัฐบาลสนับสนุนนั้นเมื่
















































