Automatically translated.View original post

Today will be sharing the ☠️ experience of 33 years old.

Five days of sleep, almost to heaven. 😇# Want everyone to read

I never thought I'd be in ICU for the first time in my life at the age of 33.# Breathing failure🫁

I can't read it... 95% lung damage.

B couldn't breathe on his own from mycoplasma pneumonia → developed into ARDS until he had to intubate. 🏥

I don't know... if that day took off the ventilator,

Will B still be on this planet? 💔

The day B. fell asleep, the doctor asked his friends:

"Did the patient ever say that if anything, he would take his life or let go?"

I heard you were devastated... 😢

But luckily, B. has no complications and the body responds well to five days of deep sleep.

(There were almost 10 full-body rubber bands at the time.)

The first time I woke up to see myself was a shock. 😱

But it's nice... to wake up, to fall asleep five days... it's not like in the drama.

B feels like I've been traveling many places, haha.

The lesson from this illness

Do not overdo the work until the body is weak.

Be sick, don't think a little. Going to the clinic might not be enough.

Should go to the hospital for a thorough examination.

Most importantly, get enough rest.

"Normal breathing is the most precious gift."

# ICU for the first time in my life # Pneumonia # ADRS

2025/8/29 Edited to

... Read moreประสบการณ์การเข้า ICU ครั้งแรกเนื่องจากภาวะหายใจล้มเหลวและปอดอักเสบรุนแรง ถือเป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยเผชิญและไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองในช่วงวัยที่ยังแข็งแรง อย่างเหตุการณ์ที่ผู้เขียนได้เล่าถึงการหลับยาวไปถึง 5 วัน และต้องพึ่งพาเครื่องช่วยหายใจ เพราะปอดได้รับความเสียหายถึง 95% จากภาวะ ARDS (Acute Respiratory Distress Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบรุนแรงของปอด ทำให้แลกเปลี่ยนก๊าซในปอดลดลงและผู้ป่วยไม่สามารถหายใจเองได้ ในทางการแพทย์ ARDS มักเกิดตามมาจากการติดเชื้อรุนแรง เช่น ปอดอักเสบที่เกิดขึ้นจากเชื้อไมโคพลาสมา ซึ่งหากได้รับการดูแลไม่ทันเวลา จะนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวที่ต้องได้รับการรักษาใน ICU พร้อมทั้งการใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ สำหรับผู้ที่ผ่านการรักษาใน ICU หลายคนจะต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการปรับตัวหลังออกจากโรงพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดและร่างกายให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์และนักกายภาพบำบัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มคุณภาพชีวิต บทเรียนสำคัญจากประสบการณ์นี้คือ การรักษาสุขภาพโดยไม่หักโหมกับงานจนเกินไป เมื่อป่วยไม่ควรละเลยและเลี่ยงการรักษาเพียงแค่ไปคลินิกเล็ก ๆ ควรเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอและฟื้นฟูสุขภาพจึงเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เพราะ "การได้หายใจเป็นปกติ" คือของขวัญที่ประเมินค่าไม่ได้ สุดท้ายข้อแนะนำสำหรับทุกคนคือควรใส่ใจสุขภาพของตนเองและสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ หากเกิดปัญหา ต้องรีบพบแพทย์อย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาหายขาดอย่างปลอดภัย