Automatically translated.View original post

✨The Story 106 Co-Working Space &Cafe

2025/8/18 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “106 cafe” แล้วกำลังลังเลว่าจะไปนั่งทำงานหรือไปถ่ายรูปดี ขอบอกว่า The Story 106 Co-Working Space & Cafe ทำได้ทั้งสองอย่างในร้านเดียวเลยค่ะ รอบนี้เราไปช่วงกลางวัน แสงจากกระจกบานใหญ่เข้ามาเต็มๆ ทำให้ร้านดูโปร่ง สบายตา ถ่ายรูปออกมาผิวสวยแบบไม่ต้องพึ่งแฟลช (แต่ถ้าคนเยอะอาจต้องรอคิวมุมฮิตนิดนึง) โซนที่เราชอบคือมุมที่มีผนังตัวอักษร “THE STORY 106” กับต้นไม้ใบด่าง เป็นจุดเช็กอินที่ดูคลีนๆ ถ่ายได้หลายสไตล์ ทั้งแนวมินิมอลและคาเฟ่โทนอบอุ่น อีกมุมคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นบรรยากาศประตูท่าแพ ทำให้ฟีลเชียงใหม่ชัดมาก ใครอยากได้รูปแบบ “มาเชียงใหม่แล้วนะ” แนะนำให้ถ่ายตรงนี้เลย สายทำงานก็สบายใจได้ เพราะโต๊ะมีหลายขนาด มีทั้งโต๊ะเล็กสำหรับ 1–2 คน และมุมที่นั่งยาวๆ บรรยากาศค่อนข้างสงบ เหมาะกับการพกโน้ตบุ๊กมานั่งเคลียร์งานหรืออ่านหนังสือ เราว่าช่วงเช้าๆ หรือบ่ายต้นๆ จะเงียบเป็นพิเศษ เลือกที่นั่งใกล้หน้าต่างจะได้แสงดีและไม่อึดอัด เรื่องเครื่องดื่ม วันนั้นเราลองกาแฟเย็นที่เป็นแนวผสมส้มกับโรสแมรี่ กลิ่นหอมสดชื่น ดื่มแล้วตื่นเลย เหมาะกับวันทำงานมากๆ และในร้านมีโซนเมล็ดกาแฟให้เลือกด้วย เห็นมี “THE STORY 106 COFFEE BEAN PRODUCT” และข้อมูลเมล็ดกาแฟจากอำเภอเทพเสด็จ เชียงใหม่ ใครเป็นสายกาแฟจริงจังสามารถดูรายละเอียดและเลือกซื้อกลับบ้านได้ อีกอย่างที่ทำให้ร้านนี้น่าเดินคือของตกแต่งและของขายเล็กๆ น้อยๆ มีชั้นวางไม้ แจกัน กรอบรูป ตะกร้าสาน ดูเพลินมาก เหมือนได้เดินดูมุมไลฟ์สไตล์ไปในตัว สรุปสำหรับคนหา 106 cafe: ถ้าอยากได้ร้านที่ทั้งนั่งชิล นั่งทำงาน และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ The Story 106 เป็นตัวเลือกที่คุ้มมากค่ะ