Automatically translated.View original post

Review of Ma Hunt Anvil at the Soi Temple Tunnel, 35 baht per piece, scoop as you please 😋

5/24 Edited to

... Read moreหลายคนที่เสิร์ช “หม่าล่า/หมาล่าทั่ง (麻辣烫) เชียงใหม่” มักอยากรู้ 3 อย่างเหมือนกันคือ ราคาเป็นยังไง เลือกตักอะไรให้อร่อย และควรสั่งซุป/น้ำจิ้มแบบไหนให้เข้ากัน เราขอสรุปจากที่ไปกินแนวหมาล่าทั่งร้านนี้มา (โซนซอยวัดอุโมงค์) ให้แบบนำไปใช้ได้จริงนะ 1) หมาล่าทั่งคืออะไร ต่างจากชาบูยังไง หมาล่าทั่งจะเป็น “ตักเอง-ชั่งน้ำหนัก-ลวกในซุป” ฟีลคล้ายชาบูแต่เร็วกว่า ไม่ต้องรอต้มหม้อเอง เหมาะมากเวลาหิวๆ หรือไปคนเดียวก็สั่งได้สบาย แถมเราคุมงบได้เลยเพราะคิดตามน้ำหนัก (ที่นี่ขีดละ 35 บาท) 2) เทคนิคตักให้คุ้มและอร่อย (มือใหม่ก็ทำได้) - เริ่มจาก “ฐานเส้น” ก่อน เช่น เส้นบะหมี่/เส้นมัน/วุ้นเส้น แล้วค่อยตามด้วยผัก จะได้อิ่มและซุปซึมเข้าเส้น - อยากให้คุ้มแบบอิ่มนาน: เลือกของที่ดูดซุปเก่ง เช่น ฟองเต้าหู้ เห็ด รากบัว ลูกชิ้น/เต้าหู้ต่างๆ - ถ้ากลัวเลี่ยน: ใส่ผักกรอบๆ เพิ่ม เช่น ผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง คื่นฉ่ายนิดๆ ช่วยตัดรสหม่าล่าได้ดี - ของหนักๆ (เนื้อ/ลูกชิ้นแน่นๆ) ตักพอดีมือ อย่าเพลิน เพราะน้ำหนักขึ้นไวมาก 3) เลือกซุปยังไงให้เข้ากับความเผ็ด ที่ร้านมีซุปให้เลือกหลายแบบ (เห็นคนสั่งซุปกระดูกไก่กันเยอะ) ถ้าเพิ่งเริ่มกินหม่าล่า แนะนำเริ่มจากซุปใส/ซุปกระดูกก่อน แล้วค่อยเพิ่มระดับหม่าล่าทีหลัง จะได้หอมชาแต่ไม่แสบคอเกินไป 4) สูตรน้ำจิ้มที่กินแล้ว “นัว” (ทำตามได้) จุดที่ชอบคือ “น้ำซุปและน้ำจิ้มฟรี” เลยลองผสมแนวๆ นี้แล้วเวิร์กมาก - สายครีมๆ นัวๆ: น้ำจิ้มครีมงา + กระเทียม + งาขาว (เพิ่มผงหม่าล่านิดเดียวพอหอม) - สายหอมมัน: น้ำมันงา + กระเทียม + งา (เหมาะกับเนื้อและฟองเต้าหู้) ถ้าไม่ถนัดปรุง เริ่มจากครีมงาเป็นเบสก่อน รสจะกลมกล่อมง่ายสุด 5) ไปช่วงไหนคนน้อย/เหมาะกับนักศึกษา โซนนี้เป็นร้านขวัญใจนักศึกษา มช. แนะนำไปช่วงก่อนมื้อเย็นหรือบ่ายๆ จะเลือกตักของได้สบายกว่า และถ้าใครไม่สะดวกไปหน้าร้านก็มีเดลิเวอรี่ผ่าน Lineman ด้วย โดยรวมถ้าใครกำลังหา “ร้านหมาล่าทั่งในเชียงใหม่” ที่ราคาจับต้องได้ ของให้เลือกเยอะ (กว่า 60 รายการ) และสายปรุงน้ำจิ้มเองต้องสนุกแน่นอน ลองไปตักตามสไตล์ตัวเองแล้วจะรู้ว่าหมาล่าทั่งมันเพลินจริงๆ