ง่าย แต่ ได้ผล! บท ล้างดวง สวดเอง ดีเอง😍✨🍋
ช่วงชีวิตติดขัด? ลอง "ล้างดวง" ด้วยตัวเองกับบทสวดที่ทรงอานุภาพที่สุด "รัตนปริตร"
.
เคยรู้สึกไหมว่าช่วงนี้ทำอะไรก็ติดขัดไปหมด การเงินไม่คล่องตัว การงานมีปัญหา สุขภาพอ่อนแอ หรือรู้สึกว่ามีพลังงานไม่ดีวนเวียนอยู่รอบตัว ตามความเชื่อแต่โบราณ อาการเหล่านี้อาจเกิดจาก "กรรมเก่า" ที่ส่งผล หรือมี "สิ่งที่มองไม่เห็น" คอยรบกวน ทำให้ดวงชะตาตกต่ำ
.
"การล้างดวง" คือความเชื่อในการปัดเป่าสิ่งไม่ดีเหล่านั้น เพื่อเปิดทางให้สิริมงคลและโชคลาภเข้ามาในชีวิต หนึ่งในวิธีที่ทรงพลังและสามารถทำได้ด้วยตนเอง คือการสวด "รัตนปริตร" หรือ รัตนสูตร
.
ทำไมต้องเป็น "รัตนปริตร" ?
รัตนปริตร คือพระสูตรที่พระอานนท์เถระเรียนจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง เพื่อนำไปสวดโปรดชาวเมืองเวสาลีที่กำลังประสบภัยพิบัติ 3 ประการ คือ ทุพภิกขภัย (ความอดอยาก), อมนุสสภัย (ภัยจากอมนุษย์ ภูตผีปีศาจ), และ อหิวาตกภัย (ภัยจากโรคระบาดร้ายแรง)
ด้วยอานุภาพแห่งการประกาศคุณของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ภัยพิบัติทั้งปวงก็มลายหายสิ้นไป เมืองเวสาลีจึงกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
.
ดังนั้น การสวดร ัตนปริตรจึงเปรียบเสมือนการอัญเชิญคุณแห่งพระรัตนตรัยอันสูงสุด มาเป็นกำแพงแก้วคุ้มครอง ปัดเป่าอุปสรรค เสนียดจัญไร โรคภัยไข้เจ็บ และพลังงานลบต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากตัวเรา
.
ขั้นตอนการสวดรัตนปริตรเพื่อล้างดวง
ตั้งจิตอธิษฐาน: กล่าวบทบูชาพระรัตนตรัยและสมาทานศีล 5 จากนั้นตั้งจิตอธิษฐานว่า
"ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ขอน้อมอัญเชิญคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรมเจ้า คุณพระสังฆเจ้า โปรดเมตตาเป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าขอตั้งจิตสวดมนต์บทรัตนปริตรนี้ เพื่อถอนคำสาปแช่ง ถอนสิ่งไม่ดี ถอนโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากเจ้ากรรมนายเวรและอมนุษย์ทั้งหลาย ขอให้สรรพเคราะห์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย สรรพเสนียดจัญไรทั้งหลายจงมลายหายสิ้นไป ขออานุภาพแห่งพระปริตรนี้จงเปิดทางให้ข้าพเจ้าพบเจอแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง คิดหวังสิ่งใดที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรม ขอให้สำเร็จทุกประการ ณ บัดนี้เทอญ"
.
🙏🏻🌸บทสวดรัตนปริตร (ฉบับสมบูรณ์) พร้อมคำแปล
ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ, ภุมมานิ วา ยานิ วะ อันตะลิกเข,
สัพเพ วะ ภูตา สุมะนา ภะวันตุ, อะโถปิ สักกัจจะ สุณันตุ ภาสิตัง
🧱หมู่ภูตทั้งหลายซึ่งมาประชุมพร้อมกันแล้วนี้ จะเป็นภูตเหล่าใดที่อยู่ในภาคพื้นก็ดี หรือที่อยู่ในอากาศก็ดี ขอภูตทั้งหมดนั้นจงเป็นผู้มีใจดี และจงตั้งใจฟังคำที่เราจะกล่าวโดยเคารพเถิด
.
ตัสมา หิ ภูตา นิสาเมถะ สัพเพ, เมตตัง กะโรถะ มานุสิยา ปะชายะ,
ทิวา จะ รัตโต จะ หะรันติ เย พะลิง, ตัสมา หิ เน รักขะถะ อัปปะมัตตา
🧱ภูตทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นท่านทั้งปวงจงฟังเถิด ท่านจงทำไมตรีจิตในหมู่มนุษย์ ผู้ซึ่งนำเครื่องพลีกรรมมาเซ่นสรวงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน เพราะเหตุนั้น ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่ประมาท รักษาหมู่มนุษย์นั้นเถิด
.
ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา, สัคเคสุ วา ยัง ระตะนัง ปะณีตัง,
นะ โน สะมัง อัตถิ ตะถาคะเตนะ, อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง,
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ รัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตไม่มีเลย, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
ขะยัง วิราคัง อะมะตัง ปะณีตัง, ยะทัชฌะคา สักยะมุนี สะมาหิโต,
นะ เตนะ ธัมเมนะ สะมัตถิ กิญจิ, อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง,
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱 พระศากยมุนีผู้มีพระทัยตั้งมั่น ได้บรรลุธรรมอันใดซึ่งเป็นธรรมสิ้นกิเลส ปราศจากราคะ เป็นอมตธรรมอันประณีต, สิ่งใดๆ เสมอด้วยพระธรรมนั้นไม่มีเลย, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระธรรม, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
ยัมพุทธะเสฏโฐ ปะริวัณณะยี สุจิง, สะมาธิมานันตะริกัญญะมาหุ,
สะมาธินา เตนะ สะโม นะ วิชชะติ, อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง,
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱 พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ทรงสรรเสริญสมาธิใดว่า เป็นธรรมอันสะอาด นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวถึงสมาธิใดว่าเป็นธรรมให้ผลโดยลำดับ, สมาธิอื่นเสมอด้วยสมาธินั้นไม่มี, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระธรรม, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
เย ปุคคะลา อัฏฐะ สะตัง ปะสัฏฐา, จัตตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนติ,
เต ทักขิเณยยา สุคะตัสสะ สาวะกา, เอเตสุ ทินนานิ มะหัปผะลานิ,
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱บุคคล ๘ จำพวก ๔ คู่ ที่สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว, ท่านเหล่านั้นเป็นสาวกของพระสุคตเจ้าควรแก่ทักษิณาทาน, ทา นที่ถวายในท่านเหล่านั้นย่อมมีผลมาก, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ, นิกกามิโน โคตะมะสาสะนัมหิ,
เต ปัตติปัตตา อะมะตัง วิคัยหะ, ลัทธา มุธา นิพพุติง ภุญชะมานา,
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱 พระอริยบุคคลเหล่าใดในศาสนาของพระโคดมเจ้า เป็นผู้ประกอบดีแล้ว มีใจมั่นคง ไม่มีกาม, ท่านเหล่านั้นบรรลุอรหัตผลที่ควรบรรลุ หยั่งลงสู่อมตนิพพาน ได้เปล่าๆ เพลิดเพลินอยู่ในความดับกิเลส, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
ยะถินทะขีโล ปะฐะวิง สิโต สิยา, จะตุพภิ วาเตภิ อะสัมปะกัมปิโย,
ตะถูปะมัง สัปปุริสัง วะทามิ, โย อะริยะสัจจานิ อะเวจจะ ปัสสะติ,
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱เสาเขื่อนที่ฝังลงในแผ่นดินมั่นคงดีแล้ว ไม่หวั่นไหวด้วยลมทั้ง ๔ ทิศ ฉันใด, เรากล่าวสัตบุรุษผู้พิจารณาเห็นอริยสัจทั้งหลายว่ามีอุปมาฉันนั้น, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
เย อะริยะสัจจานิ วิภาวะยันติ, คัมภีระปัญเญนะ สุเทสิตานิ,
กิญจาปิ เต โหนติ ภุสัปปะมัตตา, นะ เต ภะวัง อัฏฐะมะมาทิยันติ,
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱 พระอริยบุคคลเหล่าใด ย่อมทำให้แจ้งซึ่งอริยสัจทั้งหลายที่พระศาสดาทรงแสดงไว้ดีแล้ว ด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง, ถึงแม้ท่านเหล่านั้นจะยังเป็นผู้ประมาทอย่างยิ่งอยู่บ้าง ท่านก็ย่อมไม่ยึดถือเอาภพที่ ๘, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
สะหาวัสสะ ทัสสะนะสัมปะทายะ, ตะยัสสุ ธัมมา ชะหิตา ภะวันติ,
สักกายะทิฏฐิ วิจิกิจฉิตัญจะ, สีลัพพะตัง วาปิ ยะทัตถิ กิญจิ
🧱พร้อมกับการถึงพร้อมด้วยโสดาปัตติทัสสนะนั่นเอง, ธรรม ๓ ประการคือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส อันพระโสดาบันนั้นละได้แล้ว
.
จะตูหะปาเยหิ จะ วิปปะมุตโต, ฉะ จาภิฐานานิ อะภัพโพ กาตุง,
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱ทั้งท่านย่อมพ้นแล้วจากอบายภูมิทั้ง ๔ และท่านย่อมเป็นผู้ไม่อาจเพื่อจะทำอภิฐาน ๖ (อนันตริยกรรม) ได้, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
กิญจาปิ โส กัมมัง กะโรติ ปาปะกัง, กาเยนะ วาจายุทะ เจตะสา วา,
อะภัพโพ โส ตัสสะ ปะฏิจฉะทายะ, อะภัพพะตา ทิฏฐะปะทัสสะ วุตตา,
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱ถึงแม้พระอริยบุคคลนั้นยังทำบาปกรรมอะไรๆ อยู่บ้าง ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ, ท่านก็เป็นผู้ไม่อาจเพื่อจะปกปิดบาปกรรมนั้นได้, ความที่ท่านผู้เห็นนิพพานแล้วจะปิดบาปไว้นั้น พระศาสดาตรัสว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
วะนัปปะคุมเพ ยะถา ผุสสิตัคเค, คิมหานะมาเส ปะฐะมัสมิง คิมเห,
ตะถูปะมัง ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ, นิพพานะคามิง ปะระมัง หิตายะ,
อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱 พุ่มไม้ในป่ามียอดอันบานสะพรั่ง ในเดือนต้นแห่งคิมหันตฤดู ฉันใด, พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐยิ่งคือ นิพพานคามิปฏิปทา เพื่อประโยชน์เกื้อกูลสูงสุด มีอุปมาฉันนั้น, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
วะโร วะรัญญู วะระโท วะราหะโร, อะนุตตะโร ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ,
อิทัมปิ พุทเ ธ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
🧱พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงทราบธรรมอันประเสริฐ ทรงประทานธรรมอันประเสริฐ ทรงนำมาซึ่งธรรมอันประเสริฐ ไม่มีผู้ใดยิ่งกว่า ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐแล้ว, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
ขีณัง ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง, วิรัตตะจิตตายะติเก ภะวัสมิง,
เต ขีณะพีชา อะวิรุฬหิฉันทา, นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป,
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง, เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ
.
🧱 ท่านผู้สิ้นกรรมเก่าแล้ว ไม่มีกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีก มีจิตหน่ายในภพต่อไป มีพืชคือวิญญาณสิ้นแล้ว มีความพอใจไม่งอกงามแล้ว, ปราชญ์เหล่านั้นย่อมดับสนิทเหมือนประทีปดวงนี้ดับไปฉะนั้น, แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์, ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
.
ยานี ธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ, ภุมมานิ วา ยานิ วะ อันตะลิกเข,
ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง, พุทธัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ
🧱หมู่ภูตทั้งหลายซึ่งมาประชุมพร้อมกันแล้วนี้ จะเป็นภูตเหล่าใดที่อยู่ในภาคพื้นก็ดี หรือที่อยู่ในอากาศก็ดี เราทั้งหลายจงนมัสการพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระตถาคต ซึ่งทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายบูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมี
.
ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ, ภุมมานิ วา ยานิ วะ อันตะลิกเข,
ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง, ธัมมัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ
🧱หมู่ภูตทั้งหลายซึ่งมาประชุมพร้อมกันแล้วนี้ จะเป็นภูตเหล่าใดที่อยู่ในภาคพื้นก็ดี หรือที่อยู่ในอากาศก็ดี เราทั้งหลายจงนมัสการพระธรรมอันเป็นของพระตถาคต ซึ่งทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายบูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมี
.
ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ, ภุมมานิ วา ยานิ วะ อันตะลิกเข,
ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง, สังฆัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ
🧱หมู่ภูตทั้งหลายซึ่งมาประชุมพร้อมกันแล้วนี้ จะเป็นภูตเหล่าใดที่อยู่ในภาคพื้นก็ดี หรือที่อยู่ในอากาศก็ดี เราทั้งหลายจงนมัสการพระสงฆ์ผู้เป็นของพระตถาคต ซึ่งทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายบูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมี
.
การสวดมนต์เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการหมั่นรักษาศีล เจริญภาวนา และสร้างบุญกุศลควบคู่กันไป เมื่อเราทำทั้งความดีทางกาย วาจา และใจ ลงมือศึกษาพัฒนาตัวเอง ทำงานให้มากๆ พลังงานบวกและสิริมงคลย่อมเข้ามาสู่ชีวิตได้อย่างแน่นอน ขอให้ทุกท่านผ่านพ้นอุปสรรคทั้งปวงนะคะ
.
เมนท์"สาธุ" รับพรกันนะคะ💰🌸🎯
.
#สายมูห้ามพลาด #ความเชื่อ #บทสว ด #โตแล้วอยากรีวิว #40ยังแจ๋ว
























สาธุค่ะ