สองปีที่แล้ว เขาเคยตามจีบเจ้าหล่อนแบบเอาเป็นเอาตาย แต่เมื่อทุกอย่างกำลังไปได้ดี เขาตัดสินใจเอ่ยปากขอคบกับเธอ เธอกลับย้อนถามมาว่า

“แน่ใจแล้วเหรอคะ ว่าอยากได้แม่ของลูกหัวสีรุ้ง?”

คำถามนั้นทำให้เขาได้สติ...

การจูงมือผู้หญิงผมสีอะไรก็ไม่รู้ไปร่วมงานโรงเรียนของลูก มันฟังดูห่างไกลจากภาพครอบครัว ‘ทั่วๆ ไป’ ในมุมมองเขามากไปหน่อย

ชายหนุ่มจึงถอย หันกลับมาควงหญิงสาวซึ่ง ‘ได้มาตรฐาน’ ตามเดิม

แต่พอได้กลับมาเจอกันอีกครั้งวันนี้ ได้เห็นหญิงสาวควงไอ้หนุ่มหน้าตี๋ที่ไหนไม่รู้มาร่วมงานแต่งของเพื่อนสนิท เขาจึงเพิ่งตระหนักถึงความจริงอีกข้อ…

ผู้หญิงข้างตัวเขาจะผมสีอะไร ไม่สำคัญเท่าผู้ชายข้างตัวเธอจะเป็นใคร…

เพราะเขาทนไม่ได้ถ้าผู้ชายคนนั้นจะไม่ใช่เขา!

“ถ้าวันนั้นที่รี่ถาม นายโยนไอ้มาตรฐานไร้สาระของนายทิ้งไป แล้วตอบว่า 'ใช่' ไปคำเดียว เรื่องก็จบไปแล้ว”

“นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยชอบผู้หญิงคนไหนเหมือนอย่างที่ชอบรี่มาก่อน แล้วฉันก็ไม่เคยตั้งแง่ รี่ไม่ได้มีอะไรไม่โอเคเลยในสายตาฉัน แต่ในมุมมองของสังคมมันเป็นอีกเรื่องนี่หว่า”

“แล้วพอทำตามไอ้มุมมองของสังคมที่นายว่า มันช่วยให้นายกินอาหารอร่อย นอนหลับฝันดีขึ้นมามั่งมั้ยล่ะ?”

เจอคำถามนี้เข้าไป เขาก็ได้แต่นั่งจุก พูดไม่ออก

“แล้วทีนี้นายจะเอาไง?”

“ถ้าฉันกลับลำตอนนี้ ยายเด็กนั่นต้องว่าฉันเป็นหมาแน่เลยว่ะ”

“ยังไงนายก็หมาไปแล้ว”

เพื่อนสนิทชี้ข้อเท็จจริงแบบปราศจากความเห็นใจอีกรอบ

“ตอนนี้นายเหลือแค่ต้องตัดสินใจว่า นายอยากเป็นหมาเร่ร่อน หรืออยากเป็นหมามีเจ้าของ?”

มาเอาใจช่วยให้หมาตาดำๆ ตัวนี้ ได้มีเจ้าของไปด้วยกันนะคะ U ´ᴥ` U

อ่าน พรุ่งนี้​อาจจะมีรัก ได้บน Meb / Naiin / Dek-D / ReadAWrite ค่า 🥰

6/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเรื่องราวในบทความนี้สะท้อนมุมมองของผู้คนในสังคมที่ยังมีอคติต่อการรักและการเลือกคู่ชีวิตที่แตกต่างไปจากความเคยชิน เช่น ความคิดเห็นที่ไม่ยอมรับการมีแฟน หรือคู่ชีวิตที่มีบุคลิกภาพหรือสไตล์ที่แปลกแหวกแนวอย่างผมสีรุ้ง หรือการเลือกรักที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่สังคมคาดหวัง จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเองก็เคยรู้จักคนที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน การตัดสินใจที่จะรักใครสักคนให้เต็มที่ไม่ใช่เรื่องง่าย หากต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจหรือคำตำหนิจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะในสังคมที่มีค่านิยมแบบดั้งเดิมสูง ความรักที่แท้จริงจึงต้องอาศัยความกล้าหาญและความเชื่อมั่นในตัวเองมากพอ ผู้ชายในเรื่องกำลังเผชิญกับความกลัวว่าจะสูญเสียโอกาสที่ดีทั้งที่หัวใจอยากจะรักและรับได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวตนของฝ่ายหญิงอีกฝ่าย แต่เขากลับยึดติดกับค่านิยมเดิม ๆ จนพลาดสายสัมพันธ์ที่สำคัญไป ความรักจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานหรือลักษณะภายนอกของคนรัก แต่เป็นความรู้สึกและความตั้งใจของคนสองคนที่จะรักและยอมรับกันในทุกความแตกต่าง จึงอยากจะบอกว่าความรักไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบหรือภาพลักษณ์ที่สังคมวาดไว้ แต่เป็นเรื่องของความจริงใจและการเปิดใจรับในสิ่งที่แตกต่าง เรื่องนี้สอนให้เราเข้าใจและเห็นคุณค่าของความรักในรูปแบบต่าง ๆ ถึงแม้จะต้องรับมือกับความท้าทายจากความคิดเดิม ๆ ของสังคมก็ตาม สุดท้ายแล้ว การมีความรักที่มั่นคงและยั่งยืน อยู่ที่ความตั้งใจและการตัดสินใจของเราเองว่าจะกล้ารักในแบบที่ตัวเองต้องการหรือไม่