ควรเป็นคนดี แต่อย่าเป็นคนโง!ถ้าเกมไหน ไม่ยุติธรรม ก็ไม่จำเป็น..
ประโยคที่ว่า “ควรเป็นคนดี แต่อย่าเป็นคนโง่” มันไม่ใช่การสอนให้เราเห็นแก่ตัวนะ สำหรับเรา มันคือการเตือนว่า ‘ความดี’ ควรมาคู่กับ ‘สติ’ โดยเฉพาะเวลาที่เราอยู่ในเกมที่ไม่ยุติธรรม—ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ความสัมพันธ์ หรือวงเพื่อน เราเคยผ่านช่วงหนึ่งที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ “ต้องเดินตามกติกาเขา” ทั้งที่กติกานั้นไม่ได้แฟร์ตั้งแต่ต้น เช่น ตั้งเงื่อนไขไว้เพื่อให้บางคนได้เปรียบ หรือโยนภาระให้เราเพราะเราเป็นคนยอมง่าย ตอนนั้นเราพยายามเป็นคนดี พยายามไม่เถียง ไม่สร้างปัญหา สุดท้ายสิ่งที่ได้คือความเหนื่อย ความน้อยใจ และความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า สิ่งที่ช่วยเราได้จริง ๆ คือการแยกให้ออกว่า “กติกา” แบบไหนควรเคารพ และ “กติกา” แบบไหนควรถอยห่าง 1) เช็กก่อนว่าเกมนี้ยุติธรรมหรือแค่ ‘ใช้คำว่ากติกา’ มาบังหน้า ลองถามตัวเอง 3 ข้อ: (1) ทุกคนถูกบังคับใช้กติกาเดียวกันไหม (2) ถ้าเราปฏิเสธ เราถูกลงโทษเกินเหตุหรือเปล่า (3) มีช่องทางพูดคุย/อุทธรณ์ไหม ถ้าทุกอย่างเอียงและปิดทางเรา นั่นอาจไม่ใช่กติกา แต่มันคือการควบคุม 2) ตั้งขอบเขตแบบสุภาพแต่ชัด ประโยคที่เราใช้บ่อยคือ “เราทำได้เท่านี้นะ” หรือ “ขอทำตามข้อตกลงที่คุยกันไว้” ไม่ต้องอธิบายยาว เพราะการอธิบายมากไปมักกลายเป็นช่องให้เขาโต้กลับและลากเราเข้าดราม่า 3) เลือก ‘ไม่เล่น’ ก็เป็นทางเลือก บางเกมไม่คุ้มที่จะชนะ เพราะถึงชนะก็เสียใจอยู่ดี ถ้ากติกาไม่ยุติธรรม เรามีสิทธิ์ถอยออกมา—ออกจากวงสนทนา ออกจากงานที่กดทับ หรือแม้แต่ลดระยะห่างจากคนที่ทำให้เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอดเวลา การเดินออกมาไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือการรักษาศักดิ์ศรี 4) ความดีไม่จำเป็นต้องแลกด้วยการยอมทุกอย่าง เป็นคนดีได้ เช่น ไม่ทำร้ายใคร ไม่เอาเปรียบใคร แต่ไม่จำเป็นต้องยอมให้ใครเอาเปรียบเรา ความดีที่ไม่มีขอบเขต มักทำให้เรากลายเป็น “คนที่ถูกใช้งาน” แทนที่จะเป็น “คนที่ถูกเคารพ” สุดท้าย สำหรับเรา “เพื่อนรัก” หรือคนรอบตัวที่ดี จะไม่เอากติกาเอียง ๆ มาผูกเราไว้ เขาจะคุยกันตรง ๆ และหาทางที่แฟร์กับทุกฝ่ายได้ ถ้าเกมไหนไม่ยุติธรรม ก็ไม่จำเป็นต้องไปทำตามกติกาเขาจริง ๆ—เรามีสิทธิ์เลือกเกมที่เคารพเรา และเลือกชีวิตที่ไม่ต้องฝืนเกินไป

