คนพังๆสองคน ที่พยามจะใช้ชีวิตเพื่อเข้าใจชีวิต
ใช่ครับผมอ่านเรื่องนี้ตามคุณณรัน ( อีกแล้ว ) ตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ เราคิดถึงตัวเองตอนอ่านเรื่อง ไส้เดือนตาตาบอดในเขาวงกต มันมีทั้งความเข้าใจและไม่เข้าใจในตัวละครมากๆ บางจังหวะก็อยากเอาใจช่วยบางครั้งก็อยากจับมาเขย่าตัวแรงๆให้มีสติ แต่พอใจเย็นลง ก็พอเข้าใจทุกการกระทำทุกอย่างของทั้งคอนเนลล์และแมรี่ แอน ว่ามันสองคนก็แค่วัยรุ่นที่พยามจะใช้ชีวิตและทำความเข้าใจชีวิตตัวเองไปด้วย ท่ามกลางสังคมทุนนิยม ความแหลกสลายของทั้งคู่มันทำให้เราเอาใจช่วยให้ชีวิตมันเข้าร่องเข้ารอยกันสักที เราชอบตอนจบนะถึงแม้คนเขียนจะให้มันจบแบบปลายเปิดมากๆ แต่เรารู้สึกว่าทั้งคู่โตขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น เข้าใจกันและกันมากขึ้น
sally rooney ผู้เขียนแทรกแนวคิดมาร์กซิสต์มาค่อนข้างหนัก ทุกครั้งที่ตัวละครคนใหนได้พูดเรื่องทุนนิยมขึ้นมา เราก็เผลอใช่อินเนอร์เหยียดปากมองบนไปด้วย อินมาก 5555 แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนว่าเป็นหนังสือที่คนชอบก็ชอบเลย ถ้าไม่ชอบก็คงไม่ชอบเลยเหมือนกัน แต่ส่วนตัวเราชอบนะ ตัวเราเองตอนจิตใจพังๆแล้วพอคิดถึงวัยรุ่นสองคนนี้ก็รู้สึกไม่โดดเดียวดี อ่านจบรู้สึกว่า ต่อให้ชีวิตมันพังแค่ไหนก็ยังไงเราก็ยังต้องใช้ชีวิต ค่อยๆเรียนรู้ชีวิตของตัวเองไปจนก่วาจะตายนั่นละ
📚 ปกติคือไม่รัก
✍️ Sally Rooney
✏️ ณัฐชานันท์ กล้าหาญ
#ปกติคือไม่รัก #รีวิวหนังสือ #ณรัณอ่าน #Paeอ่าน #เป้อ่าน
หนังสือ "ปกติคือไม่รัก" ของ Sally Rooney ไม่ใช่แค่เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างสองวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการดิ้นรนเพื่อหาความหมายของชีวิตในยุคปัจจุบัน ตัวละครอย่างคอนเนลล์และแมรี่ แอนเป็นตัวแทนของคนหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญกับความปวดร้าวทั้งจากความคาดหวัง การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความไม่แน่นอนในตัวเอง ความเข้าใจในชีวิตที่ตัวละครทั้งสองค่อยๆเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องง่าย ท่ามกลางแรงกดดันของระบบทุนนิยมที่ Sally Rooney แทรกแนวคิดมาร์กซิสต์เข้ามา พวกเขาต้องหาทางประคับประคองตัวเองเพื่อไม่ให้จิตใจพังทลายลงไปกว่าเดิม การอ่านหนังสือเล่มนี้จึงเหมือนการเดินทางของผู้อ่านที่ได้ไตร่ตรองถึงความหมายของการเติบโต, ความเจ็บปวด, และการให้อภัยตัวเอง นอกจากนี้การจบแบบปลายเปิดของเรื่องยังสะท้อนความจริงในชีวิตที่ไม่มีใครมีคำตอบชัดเจนว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป ความไม่สมบูรณ์ของความสัมพันธ์และความก้าวหน้าของแต่ละคนจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องราวสมจริงและกินใจมากขึ้น สารจากเรื่องนี้สำหรับผู้อ่านที่เคยรู้สึก "พัง" หรือหลงทางในชีวิต คือการที่เรายังต้องเดินหน้าต่อ และเรียนรู้อย่างช้าๆ ให้เวลาช่วยเยียวยา สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือแนวที่พาให้คิดถึงชีวิตและสังคมอย่างลึกซึ้ง "ปกติคือไม่รัก" เป็นตัวเลือกที่ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อได้อ่านผ่านมุมมองของผู้เขียนที่กล้าสำรวจความทุกข์และความหวังในคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ในการอ่านคุณอาจต้องเปิดใจรับแนวคิดที่สะท้อนระบบทุนนิยมและใช้มุมมองวิพากษ์สังคมอย่างจริงจัง เพื่อเชื่อมโยงความรู้สึกและความหมายในชีวิตที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
