🍋ประสบการ์ตรงทำงานไปเรียนไป ยากแค่ไหน🥹

📌 แชร์ประสบการณ์ “ทำงานไปเรียนไป” จนจบปริญญาตรี 🎓

ใครที่กำลังเรียนอยู่แล้วต้องทำงานไปด้วย อาจรู้สึกว่าหนักและท้อใช่ไหมคะ?

แต่เชื่อเถอะว่า มันเป็นไปได้จริง เพราะเราผ่านช่วงนั้นมาแล้ว และสุดท้าย…ก็ได้ใส่ชุดครุยสักที! 💛

🌟 ประสบการณ์ที่อยากเล่า

• ตอนสมัยเรียน ต้องทำงานช่วงเย็นประจำ

• เวลากลับบ้านมาก็อ่านหนังสือบ้าง บางทีก็ไม่อ่าน

ไปทำงานบ้าง บางครั้งนอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องรีบตื่นแล้ว

• หลายครั้งเครียด มีน้ำตาบ้าง แต่สิ่งที่ช่วยให้ไปต่อได้คือ เป้าหมาย ว่าต้องเรียนให้จบ เพื่ออนาคตที่ดีกว่านี้ ✅ ต้องขอบคุณเพื่อนจริงๆที่มาชวนไปสมัครเรียนในวันนั้น ..

💡 สิ่งที่ได้เรียนรู้

1. วินัยเรื่องเวลา – ไม่มีใครจะมาคอยเตือน เราต้องจัดตารางเองให้ลงตัว

2. อย่าเปรียบเทียบกับใคร – เพื่อนบางคนมีเวลา แต่เราแบ่งเวลาได้เท่าที่ทำไหว ก็ถือว่าที่สุดแล้ว

3. กำลังใจสำคัญมาก – จากครอบครัว เพื่อน หรือแม้แต่การให้กำลังใจตัวเอง ( เราโชคดีหน่อย พอมีบ้าง )

🏆 ผลลัพธ์

วันที่รับปริญญา รู้สึกภูมิใจในตัวเองมากๆ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้จริงจังนะ เพราะทุกความเหนื่อยของเรามันคุ้มค่ามากจริงๆ

เราได้เรียนรู้ทั้งความรับผิดชอบ การจัดการชีวิต และที่สำคัญคือ “ไม่ยอมแพ้” ถึงมีอุปสรรคในเรื่องของงานที่ทำประจำอีกด้วย และในเรื่องอื่นๆ 🙏🏻

👩🏻‍🎓เรียนต่อ ปวส.2 ปี ต่อปริญญาตรีอีก 2 ปีรวมเป็น 4 ปี ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ประสบความสำเร็จไปอีก 1 ขั้น 🌷

✨ ฝากถึงคนที่กำลังทำงานไปเรียนไป

ถ้าวันนี้เหนื่อยมากๆ ลองบอกตัวเองว่า เรากำลังลงทุนกับอนาคต

อีกไม่นานก็จะได้ยิ้มพร้อมใส่ชุดครุยสวยๆเหมือนกันนะ ขอแค่สู้ๆอดทนทำให้เต็มที่ ความสำเร็จรออยู่ ทำได้อยู่แล้ว 🥹💐

📍 มาแชร์กันได้นะคะ มีใครทำงานด้วยเรียนไปด้วยมั้ยยย เป็นไงกันบ้าง รสชาติ ปาดเหงื่อ น้ำตาซึม 🙌🏼 มาเม้าท์กัน 😹

#ปริญญาตรี #เรียนไปทํางานไป #ขยันอดทน #lemon8ไดอารี่ #ติดเทรนด์

5/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลัง “ทำงานไปเรียนไป” แล้วรู้สึกว่าชีวิตวนลูป เหนื่อย นอนน้อย แถมยังกลัวเรียนไม่จบ—อยากบอกว่าอาการนี้ปกติมากค่ะ เราเคยผ่านช่วงที่ต้องทำกะเช้า/กะเย็นสลับกัน บางวันเลิกงานดึกแล้วต้องอ่านรายงานต่อ พอตื่นมาก็ต้องรีบไปเรียนอีก เหมือนใช้พลังมากกว่าคนอื่น 2 เท่า แต่สิ่งที่ช่วยให้ไม่หลุดจากเส้นทางคือ “ทำให้มันง่ายพอที่จะทำต่อได้ทุกวัน” 1) จัดตารางแบบคนมีงานจริง (ไม่ใช่ตารางในอุดมคติ) เราเลิกตั้งเป้าว่าอ่านหนังสือวันละ 3 ชั่วโมง เพราะทำไม่ได้จริง ให้เปลี่ยนเป็น “อ่าน 25 นาที” หรือ “ทำงานรายงานวันละ 1 หน้า” พอทำได้สม่ำเสมอจะค่อยๆ เกิดความมั่นใจเอง เทคนิคที่เวิร์กคือแบ่งงานเป็นก้อนเล็กๆ เช่น รายงาน 10 หน้า = วันละ 1 หน้า 10 วัน แล้วติ๊กเช็กทุกครั้งที่ทำเสร็จ 2) ใช้ช่วงเวลาสั้นๆ ให้คุ้ม คนทำงานไปเรียนไปมักมีเวลาว่างเป็นเศษๆ เช่น ระหว่างพักเบรก ระหว่างเดินทาง หรือก่อนเข้างาน 15 นาที เราใช้เวลานี้อ่านสรุป/ท่องคำศัพท์/ไล่หัวข้อที่ต้องทำต่อในรายงาน พอถึงวันหยุดจะไม่เริ่มจากศูนย์ ทำให้ไม่เครียดจนเกินไป 3) คุยกับที่ทำงานให้ชัดเรื่อง “วันเรียน/ช่วงสอบ” ถ้าเป็นไปได้ ลองแจ้งตารางเรียนตั้งแต่ต้นเทอม และย้ำล่วงหน้าก่อนสอบ 2–3 สัปดาห์ เราเคยพลาดเพราะเกรงใจ ไม่กล้าขอเปลี่ยนกะ สุดท้ายทำให้งานส่งไม่ทัน พอเริ่มสื่อสารตรงๆ กลับช่วยให้หัวหน้าจัดคิวง่ายขึ้น และเราเองก็ไม่ต้องกังวลทุกสัปดาห์ 4) สูตรเอาตัวรอดตอนเรียนภาคพิเศษ/ทำโปรเจกต์ - ตั้งกลุ่มไลน์กับเพื่อนเพื่อสรุปงาน/เตือนเดดไลน์ - เก็บไฟล์ทุกอย่างไว้ในโฟลเดอร์เดียว (เช่น Google Drive) กันพลาด - เวลาอาจารย์สั่งงาน ให้ถาม “ส่งรูปแบบไหน/ยาวเท่าไหร่/มีตัวอย่างไหม” จะลดการแก้งานซ้ำ 5) ดูแลสุขภาพแบบไม่ต้องเพอร์เฟกต์ ช่วงทำงานบริการหรือร้านกาแฟ/ร้านอาหาร งานหนักและลูกค้าเยอะมาก วันไหนกลับบ้านแล้วไม่ไหวจริงๆ ให้เลือกนอนก่อน แล้วตื่นมาเคลียร์งานแบบสั้นๆ ดีกว่าฝืนจนพังทั้งร่างกายและใจ เราเคยลองฝืนหลายคืนติด สุดท้ายป่วยและเสียเวลามากกว่าเดิม สุดท้าย ความภูมิใจวันที่เรียนจบมันอธิบายยากจริงๆ ต่อให้เกรดไม่สวยที่สุด หรือเส้นทางไม่ได้ตรงเหมือนคนอื่น แต่การ “ไม่ยอมแพ้” ระหว่างทำงานไปเรียนไปคือทักษะชีวิตที่โคตรมีค่าเลยค่ะ ถ้าตอนนี้คุณกำลังเหนื่อย ให้จำไว้ว่าคุณไม่ได้ช้า—คุณแค่กำลังวิ่งในสนามที่หนักกว่าคนอื่น และคุณทำได้แน่นอน

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Buttern
Butternผู้สร้าง

❤️❤️