#การบินไทย
การบินไทยเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว เตรียมงบลงทุนราว 120,000 ล้านบาทในรอบ 5 ปีนี้ เพื่อจัดหาเครื่องบินใหม่ โดยเน้นเครื่องบินในตระกูล Boeing 787 Dreamliner พร้อมเพิ่มสัดส่วนเครื่องบินที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง (Owned Aircraft) ให้มากขึ้นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและกระแสเงินสดอิสระ ตั้งเป้าขยายฝูงบินให้ครบ 150 ลำภายในปี 2576
สำหรับรายละเอียดแผนการจัดการฝูงบินระบุว่า ภายในสิ้นปี 2569 นี้ การบินไทยจะมีเครื่องบินรวม 102 ลำ (เทียบเท่าช่วงก่อนโควิด-19) ผ่านการรับมอบเครื่องบินใหม่รวม 28 ลำ ได้แก่ Airbus A321neo จำนวน 14 ลำ, Boeing 787-9 จำนวน 4 ลำ และ Boeing 787-8 จำนวน 10 ลำ ควบคู่กับการปลดระวางเครื่องบิน 6 ลำ (Airbus A350 จำนวน 2 ลำ, Boeing 787-8 จำนวน 2 ลำ และ Boeing 777-200ER จำนวน 2 ลำ) ต่อเนื่องมายังปี 2570 ฝูงบินจะเพิ่มเป็น 111 ลำ โดยรับมอบเครื่องบินใหม่ 17 ลำ (Airbus A321neo 8 ลำ และเริ่มรับมอบ Boeing 787-10 จำนวน 9 ลำ) พร้อมปลดระวาง Boeing 777-200ER อีก 1 ลำ ส่วนเครื่องบินรุ่นเก่าอย่าง Airbus A330-300 จำนวน 6 ลำ จะยังคงใช้งานต่อไปจนถึงช่วงปี 2571-2572 ก่อนทดแทนด้วยฝูงบินใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ การบินไทยได้สั่งซื้อเครื่องบิน Boeing รวมแล้ว 52 ลำ แบ่งเป็น Boeing 787 Dreamliner ที่ตกลงแล้ว 45 ลำ และใช้สิทธิจัดหาเพิ่มเติม (Option) ไปแล้ว 7 ลำจากทั้งหมด 35 ลำ โดยมีสิทธิพิจารณาเปลี่ยนรุ่นเป็น Boeing 777X ได้ตามความเหมาะสม
ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายในครึ่งปีแรก ทั้งผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและการจองตั๋วล่วงหน้าชะลอตัว โดยคุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าการบินไทยได้ปรับกลยุทธ์เชิงรุก ทั้งการจำกัดเพดานการบริหารจัดการความเสี่ยงราคาน้ำมัน หรือ Fuel Hedging ไม่เกิน 60% การปรับลดเที่ยวบินให้สอดคล้องกับดีมานต์ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา (Price War) และปรับราคาตั๋วให้สะท้อนต้นทุนจริง นอกจากนี้ กรณีการปลดล็อกหุ้นในต้นเดือนสิงหาคมนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานและเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมเดินสายโรดโชว์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันหุ้นเข้าสู่ดัชนี SET50 และ MSCI ต่อไป ยกระดับรายได้ทั้งปีแตะ 190,000 ล้านบาท หนุนด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับรางวัล Travel + Leisure World’s Best Awards 2026 การันตีติด Top 10 สายการบินนานาชาติที่ดีที่สุดในโลก
.
ขอบคุณข้อมูลจาก : ฐานเศรษฐกิจ
.
การบินไทยได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูและขยายธุรกิจในช่วงหลายปีข้างหน้า ด้วยแผนระยะยาวที่ชัดเจนในการเพิ่มประสิทธิภาพและความทันสมัยของฝูงบิน ซึ่งเครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner ที่เลือกใช้นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความประหยัดน้ำมันและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร ในฐานะที่ได้ติดตามข่าวสารนี้อย่างใกล้ชิด รู้สึกว่ายุทธศาสตร์การเพิ่มสัดส่วนเครื่องบินที่บริษัทเป็นเจ้าของเองจะช่วยลดความเสี่ยงในด้านการเงิน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากสายการบินอื่นๆ ที่อาจเน้นเช่าเครื่องบินมากกว่า นอกจากนี้ การบินไทยได้ปรับเปลี่ยนอย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์ตลาด เช่น การจัดการความเสี่ยงราคาน้ำมันด้วยนโยบาย Fuel Hedging และการหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาแบบรุนแรง ซึ่งเป็นการรักษาคุณภาพบริการและภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างดี ประสบการณ์ส่วนตัวในการเดินทางกับการบินไทยพบว่าคุณภาพของบริการและความใส่ใจในรายละเอียดของลูกค้ายังคงดีเยี่ยม ส่งผลให้ได้รับรางวัลระดับโลก แสดงให้เห็นว่าการลงทุนและกลยุทธ์ของบริษัทตอบโจทย์ทั้งทางธุรกิจและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างแท้จริง ในด้านการบริหารฝูงบิน การผสมผสานรับมอบเครื่องบินใหม่หลายรุ่นและปลดระวางเครื่องบินรุ่นเก่าตามแผน จะช่วยให้องค์กรลดต้นทุนการบำรุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ทำให้สายการบินพร้อมแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยความมั่นคงและยั่งยืน การติดตามการก้าวเดินของการบินไทยในอนาคตจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ด้วยความหวังว่าแผนงานนี้จะทำให้การบินไทยกลับมาเป็นหนึ่งในสายการบินชั้นนำระดับโลกอีกครั้ง สำหรับคนที่สนใจการลงทุนหรือการเดินทางกับการบินไทย การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแผนยุทธศาสตร์และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะช่วยให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากบริการในอนาคต




