COFFEE ROOM YAOWARAT มาเลือกกาแฟคั่วกันสดๆไปเลย☕️✨

เบลนด์กาแฟเป็นของตัวเองตามสไตล์ที่ชอบ พร้อมคั่วกันสด ๆ รอรับได้เลย

ล่าสุดร้านพึ่งเปิดโซนใหม่ ขนสารกาแฟ (เมล็ดดิบ) แยกตาม origin ให้เลือกกดได้ตามชอบ จะเบลนด์ยังไงก็ได้หรือจะสั่งแบบ single origin ก็ดีไม่แพ้กัน

ราคาสารกาแฟเริ่มต้น 80 บาท/ 100 กรัม ขึ้นอยู่กับเกรด จะมีรหัสหน้าโถที่ทางร้านทำเอาไว้ให้เข้าใจง่าย ๆ A, B, C, D, S ค่าคั่วอยู่ที่ 200 บาท/ 500 กรัม ถ้าสั่ง 1 โลขึ้นไปคั่วฟรี (แชร์กับเพื่อนแล้วขอแพ็คแยกถุงได้)

พวกเมล็ด Geisha ก็มีให้เลือกหลายตัวเลย มีหลายราคาตามเกรดที่ได้มา แนะนำเลยใครที่ชอบทานกาแฟอยากให้มาลองร้านนี้ ของเขาอร่อยจริงละราคาดีมากกกก

ถ้ายังเลือกไม่ถูก จะลองสั่งมาชิมแบบเป็นแก้วก่อนได้ หรือซื้อเมล็ดที่ร้านเบลนด์+คั่วเอาไว้แล้วก็ได้เช่นกัน

ถ้าคั่วเสร็จทางร้านแนะนำให้รอประมาณ 2 อาทิตย์ให้เมล็ดคลายแก็สก่อน รสชาติจะดีขึ้น ไม่แนะนำให้ทานเลยน้า

ปล. มีราคา whole sale สำหรับคาเฟ่ที่อยากซื้อไปใช้ชงขายด้วย เริ่มต้นที่ 5 กิโลกรัมเท่านั้น

📍 : Yaowarat

↗️ : ร้านอยู่ตรงเวิ้งชุมชนเลื่อนฤทธิ์

🚙 : สามารถจอดรถในเวิ้งได้เลย จอดฟรีแค่ใช้ใบเสร็จยื่นตอนออก

🕑 : เปิดทุกวัน 7:00-18:00

___________________

#Cafeteller #โรงคั่วกาแฟทรงวาด #cafeyaowarat #specialtycoffee #โรงคั่วกาแฟ

2025/8/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครเสิร์ชหา COFFEE ROOM Yaowarat / Kapoo coffee room แล้วลังเลว่าจะไปทำอะไรได้บ้าง เราสรุปทริคและประสบการณ์ให้แบบใช้งานได้จริง (มือใหม่ก็ทำตามได้) 1) ไปถึงแล้วเริ่มยังไงดี (สำหรับคนอยาก “Blend Your Own Coffee Beans”) สิ่งที่สนุกของร้านนี้คือโซนตู้กดสารกาแฟดิบที่แยกตามแหล่งปลูก (origin) เช่น โคลอมเบีย เคนยา ฮอนดูรัส เอธิโอเปีย บราซิล ฯลฯ เราแนะนำให้เลือก 2–3 origin พอ จะคุมคาแรกเตอร์ง่ายกว่า เช่น - อยากได้โทนช็อกโกแลต/นัตตี้ ชงง่ายทุกวัน: ลองเริ่มจากบราซิล/โคลอมเบียเป็นฐาน - อยากได้โทนฟรุตตี้สดใส: เพิ่มเอธิโอเปียหรือเคนยานิดหน่อย จากนั้นค่อย “เบลนด์” ตามสัดส่วนที่ชอบ ถ้าไม่มั่นใจ บอกโพรไฟล์รสชาติที่ชอบกับพนักงานได้เลย เขาช่วยไกด์ให้เข้าทางมากขึ้น 2) Single Origin vs Blend เลือกแบบไหนคุ้มกว่า - Single origin เหมาะกับคนอยากชิมคาแรกเตอร์ชัด ๆ ของประเทศ/ไร่ เหมือนชิมไวน์ สนุกและได้เรียนรู้เร็ว - Blend เหมาะกับสายชงทุกวัน อยากให้รสบาลานซ์ นมก็อร่อย ดริปก็ได้ และปรับให้เข้ากับเครื่อง/สูตรของเราได้ เราเองชอบทำแบบ “เบลนด์ใช้จริง” คือทำเป็นรสกลาง ๆ ไว้ชงลาเต้ที่บ้าน แล้วค่อยซื้อ single origin ตัวเด่น ๆ ไว้ดริปเสาร์อาทิตย์ 3) เลือกระดับคั่วให้เข้ากับวิธีชง (ทริคแบบไม่งง) ถ้าจะชงที่บ้านแล้วอยากชัวร์ ลองยึดแนวนี้: - ดริป/ฟิลเตอร์: คั่วอ่อน-กลาง จะได้กลิ่นฟลอรัล/ฟรุตเด่น - เอสเปรสโซ/มอคค่าพอท: คั่วกลาง ชงง่าย บอดี้ดี - เมนูนม (ลาเต้/คาปูฯ): คั่วกลาง-เข้มหน่อยจะตัดนมได้ดี ไม่จาง และถ้าอยากชิมก่อน ร้านมีแบบสั่งเป็นแก้วได้ ทำให้ตัดสินใจเรื่องโทนรสง่ายขึ้นมาก 4) เรื่อง “คั่วเสร็จแล้วพักเมล็ด” สำคัญกว่าที่คิด ทางร้านแนะนำให้รอประมาณ 2 อาทิตย์ให้เมล็ดคลายแก๊สก่อน เราเห็นด้วยเลย เพราะช่วง 1–3 วันแรกบางทีชงแล้วรสจะไม่นิ่ง (โดยเฉพาะคั่วอ่อน) ถ้าอยากได้รสที่กลมและหอมขึ้น ให้แพลนเวลาไว้ เช่น ซื้อวันนี้ แล้วเริ่มเปิดถุงชงสัปดาห์หน้า/สัปดาห์ถัดไป 5) ทำมุมกาแฟในบ้านสไตล์มินิมอลจากทริปนี้ (ไอเดียเอาไปใช้ได้) ได้แรงบันดาลใจจากฟีล coffee bar ของร้าน: ของน้อยแต่ใช้งานจริง - ตั้งถาดไม้/ถาดสีอ่อนรวมอุปกรณ์ (เครื่องบด, ดริปเปอร์, ช้อนตวง) - เก็บเมล็ดในถุงซิป/กระปุกทึบแสง วางเรียงให้หยิบง่าย - เลือกแก้วโทนขาว/ครีม + เหยือกนมทรงเรียบ ๆ จะได้ลุคมินิมอลแบบคาเฟ่ ทริคเล็ก ๆ คือแยก “โซนชง” กับ “โซนเสิร์ฟ” จะดูเป็นระเบียบและถ่ายรูปสวยขึ้น 6) ถ้าจะไปที่ร้านจริง ร้านอยู่ย่านเยาวราช แถวเวิ้งชุมชนเลื่อนฤทธิ์ จอดรถในเวิ้งได้ (ใช้ใบเสร็จยื่นตอนออก) เปิดทุกวัน 7:00–18:00 แนะนำไปเช้า ๆ คนไม่แน่น จะได้คุยเรื่องเมล็ดและเลือก origin แบบสบาย ๆ ใครชอบ specialty coffee และอยากสนุกกับการเลือกเมล็ดเอง/เบลนด์เอง COFFEE ROOM Yaowarat เป็นอีกร้านที่ไปแล้วรู้สึกได้ทั้งประสบการณ์และความคุ้มจริง ๆ

ค้นหา ·
คาเฟ่โรงคั่วกาแฟ