🦞🇯🇵 Miharu.bkk ร้านลับย่านสุขุมวิท 39 ฟีลบ้านญี่ปุ่นที่อบอุ่น เหมือนได้วาร์ปหนีความวุ่นวายไปนั่งทานข้าวที่ญี่ปุ่นจริงๆ

Enjoy Premium Kappou. Feel like home! 🍶🥢 ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารญี่ปุ่น แต่เป็นพื้นที่ให้คุณได้สัมผัสความ Cozy Homey ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง จะเลือกนั่งหน้าบาร์ดูเชฟปรุงอาหารแบบใกล้ชิด หรือจะนั่งโซนส่วนตัวคุยงานสังสรรค์ ก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนทานข้าวบ้านเพื่อน

การตกแต่งเน้นโทนไม้สีอุ่นและแสงไฟนวลๆ ให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัว — แค่เดินเข้ามากลิ่นอายความพิถีพิถันก็ตลบอบอวล ยิ่งได้กลิ่นซุปหอมๆ ลอยมา ยิ่งทำให้เจริญอาหารสุดๆ

🍲 Robusuta No Komi Nabe

🥘 Unagi Yanagawa

🥪 Unagi Sando

🥗 Agedashi Tofu

🍜 Reimen

ไฮไลต์พิเศษ: Limited 10 Sets/Day! สำหรับเมนู Robusuta No Komi Nabe ที่ทางร้านจำกัดจำนวนเสิร์ฟต่อวัน ใครตั้งใจมาทานเมนูนี้ แนะนำให้จองล่วงหน้าเท่านั้นครับ 🔥

📍 Miharu | สุขุมวิท 39

🕰️ ช่วงบ่าย : 11.30 - 14.00

🏖️ ช่วงเย็น : 17.30 - 23.00

#callmebacon #miharubkk

#miharu #รีวิวอาหาร #คอลมีเบคอน

2/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “miharu menu / Miharu สุขุมวิท 39” ก่อนจอง เรารวมทิปส์จากที่ไปทานจริงให้แบบเข้าใจง่าย เผื่อช่วยตัดสินใจว่าควรสั่งอะไร และควรไปช่วงไหนถึงจะได้ฟีล “Japanese homey vibe” แบบเต็มๆ บรรยากาศร้านคือโทนไม้กับไฟอุ่นๆ ตามสไตล์ Japanese mood & warm tones เข้าไปแล้วรู้สึกสงบ เหมาะทั้งเดตแบบเงียบๆ หรือคุยงาน เพราะมีที่นั่งให้เลือกทั้ง “หน้าบาร์” (ได้ดูเชฟทำอาหารใกล้ๆ) และโซนส่วนตัวที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ถ้าอยากคุยกันยาวๆ แนะนำโซนส่วนตัว แต่ถ้าชอบดูจังหวะการทำอาหารและเสิร์ฟแบบคัปโปะ (Kappou) นั่งบาร์สนุกกว่า สรุป “เมนูแนะนำ” ที่ควรเล็งเวลาเปิดดู miharu menu: 1) Robusuta No Komi Nabe (นาเบะล็อบสเตอร์) — เมนูไฮไลต์ที่เสิร์ฟแบบทั้งตัว และจำกัดแค่ 10 เซ็ต/วัน จริงๆ แนะนำให้ “จองล่วงหน้า” ไปเลย เพราะถ้าไปแบบวอล์กอินมีสิทธิ์อด ความดีงามคือซุปหอมมาก กินแล้วอุ่นท้อง เหมาะกับมื้อเย็นสุดๆ 2) ข้าวหม้อหินมิโสะกุ้ง (แนว Shrimp Miso Stone Pot Rice) — เป็นจานที่ช่วยให้มื้ออิ่มและบาลานซ์รส ซับซ้อนหอมมิโสะ เวลาเสิร์ฟร้อนๆ คนแล้วกลิ่นขึ้นดีมาก 3) Unagi Sando — ใครชอบปลาไหลซอสฉ่ำๆ จานนี้คือกัดแล้วสะใจ เนื้อแน่น ซอสหวานเค็มกำลังดี เหมาะแชร์กับเพื่อน 4) Unagi Yanagawa — อีกเมนูปลาไหลที่รสละมุน กินง่าย ถ้าอยากได้อะไรนุ่มๆ ไม่หนักเกิน 5) Agedashi Tofu — เต้าหู้ทอดราดดาชิช่วยตัดเลี่ยน ดีมากเวลาสั่งคู่กับเมนูซุป/ปลาไหล 6) Reimen — ถ้าไปช่วงกลางวันหรืออยากได้อะไรสดชื่น จานเส้นเย็นช่วยรีเฟรชได้ดี ทิปส์การไปกินให้คุ้ม: - ถ้าตั้งใจไปกิน Lobster Nabe ให้ล็อกคิวเมนูนี้ตั้งแต่ตอนจอง (เพราะจำกัด 10 เซ็ต/วัน) - ไปช่วงเย็นจะได้ฟีล cozy homey ชัดกว่า แสงสวยและบรรยากาศเงียบลง - ถ้าไปกัน 2 คน แนะนำสั่ง 1 เมนูหลัก (นาเบะหรือปลาไหล) + 1 เมนูรอง (เต้าหู้/เส้น) จะอิ่มพอดีและได้ลองหลายอย่าง พิกัดคือย่านสุขุมวิท 39 และเวลาที่ร้านแจ้งคือช่วงบ่าย 11.30–14.00 / ช่วงเย็น 17.30–23.00 ใครกำลังไล่เช็กลิสต์ร้านอาหารญี่ปุ่นลับๆ ในกรุงเทพฯ ร้านนี้เป็นอีกร้านที่บรรยากาศดีและเหมาะพาเพื่อนไปลองมากค่ะ