•ศานตาราม_เกรเกอรี่ เดวิด โรเบิร์ตส์
•วิภาดา กิตติโกวิท แปล
__
สืบเนื่องจากมิตรสหายผู้มีบุญมากของฉันได้นสเล่มนี้มาโดยมิได้คาดหมาย!!! เช่นนั้นฉันผู้มีแต้มบุญเป็นศูนย์จึงได้รับอานิสงค์พลอยรับใบบุญส่วนนั้นมาด้วย และแน่นอนค่ะฉันได้อ่านก่อนเจ้าของ
ด้วยความเชื่อส่วนบุคคลซึ่งฉันมักยกเอามาอ้างเสมอเวลาต้องอ่านนสเล่มเบิ้มว่า99.99%มันต้องสนุก มันต้องมีแรงจูงใจเหลือคณานับให้ผู้อ่านอ่านจนจบ ทว่าเล่มนี้ทำดวงดาวแห่งความเชื่อของฉันหล่นตุ๊บไปครึ่งนึงเมื่ออ่านครึ่งเล่มหลัง
แต่เอาเถิดครึ่งเล่มแรกทำฉันกระเหี้ยนกระหือรือเป็นแรงผลักแรงถีบจากอย่างรุนแรงให้ฉันอ่านจนจบเล่มจนได้ หลีกพ้นจากความสงสัยใคร่รู้ว่าอินสเล่มหนาเล่มนี้มันเขียนถึงอะไรพูดถึงอะไรให้จบไปไร้กังขาลดความอยากมีอยากได้ออกไปในที่สุดอย่างหมดจดเหี้ยนเตียน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความชอบหรือไม่ชอบล้วนเป็นจริตส่วนบุคคล หากมีนสอยู่กับตัวก็ลองอ่านดูละกัน
ว่ากันว่านี่เป็นเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียนเอง ที่เขียนเล่าเรื่องราวของตัวเองระหว่างใช้ชีวิตอยู่บอมเบย์ เป็นมนุษย์ผู้หลบหนีคดี เป็นมนุษย์ผู้ใฝ่หาอิสระภาพแห่งชีวิต เพื่อที่จะไปติดบ่วงอิสระภาพในคว ามลวงอีกทอดหนึ่ง ตัวละครแทบทุกตัวมีพื้นหลังของชีวิตที่ต้องหลบหนีเสียเป็นส่วนใหญ่
มีปุ่มปมความขมขื่นความลับ บาดแผลของชีวิตที่สะท้อนถึงการดำรงอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนทางเลือกในการดำรงอยู่ของแต่ละผู้คนไม่เหมือนกัน บางคนเชื่อมั่นไม่ออกนอกเส้นทางที่ยึดถือเชิดหน้าชูตาสมฐานะ ขณะอีกหลากหลายคนเลือกเส้นทางอื่นตามความเชื่อส่วนตัวอีกเช่นกัน
ตัวละครที่เป็นแก้วเป็นแสงที่สุดสำหรับเรายกให้ไกด์หนุ่มประภากร ผู้ตั้งชื่อให้หนุ่มออสซี่ว่าลิน เป็นความลื่นไหลในแบบฉบับคนท้องถิ่นจากตจว.ที่อาศัยอยู่ในสังคมแห่งความสับสนชุลมุนของมหานครแห่งความสับสนอลหม่าน ผู้รับไมตรีของลินในคราวแรก และส่งผลให้เขาสนองตอบมิตรไมตรีได้เสมอกัน
ครึ่งเล่มแรกแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและตรรกะความค ิดการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันระหว่างผู้มาเยือนกับเจ้าของบ้านอย่างใหญ่โตมโหฬาร แบบโอ๊ยอะไรวะเนี่ย ขำชิปหาย ทั้งขำทั้งหวอ ลุ้น แบบว่าถ้าคุณอยู่ในรถที่ประสบอุบัติเหตุไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสารหรือคนขับ คุณต้องรีบหาทางออกจากตรงนั้นโดยเร็วพลันก่อนมวลชนจะลากคุณมาตุ๊บตั๊บยำตีนและหามแห่คุณไป
ขำอิตอนจองที่นั่งบนรถไฟของประภากรอย่างแรง โหดสัส และสายตาดูหมิ่นถิ่นแคลนที่ลินได้รับเมื่อเขายกที่นั่งตัวเองให้คนอื่น การเรียนรู้ของลินถึงวิธีการแสดงอาการส่ายหน้าเพื่อการยอมรับเข้าพวก
ขำเมื่อพ่อของประภากรหยุดเกวียนเพื่อแบ่งสมบัติที่เป็นของฝากส่วนตัวเขาแต่เนิ่น เมื่อรับรู้ถึงความใจดีของลิน ขำลินตรงที่รับไม่ได้กับการเฆี่ยนวัวเพื่อลากเกวียน ธรรมชาติของผู้คนนอกความวุ่นวายของเมืองออกไป สังคม ที่ประกอบขึ้นจากความพึ่งพาอาศัย การเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เรียนรู้กฏพื้นฐานของกลุ่ม ของธรรมชาติต่างๆ
ความร่ำรวยความยากจนที่ต่างกันอย่างสุดแขนในเมืองที่ลินพบเจอเมื่อมาอยู่ในสลัม กลายเป็นส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกที่ถูกยอมรับเป็นส่วนหนึ่ง จากความรังเกียจในครั้งแรกที่ย่างเท้าเข้ามา จวบจนกลมกลืนไปกับมันแบบไม่เคอะเขิน
เป็นหมอในหมู่บ้านสลัม เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เขาหลงละเมอผ่อนคลาย
ขณะในคราวเดียวกันที่ลินไม่รู้ เขาถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับบางอย่าง แผนสมคบคิดห่วงโซ่ร่างแหของแก๊งมาเฟียผู้คนที่แวดล้อมเขาอยู่ การจัดฉาก ความช่วยเหลือ มิตรที่มาพร้อมกับบางอย่างที่คลุมเครือ
ความลวงตาของความรักที่ลินมีต่อคาร์ลา ความลวงตาของความรักที่ลินมีต่อคาดีร์ไ ภที่ลินรักเขาดุจบิดา มาเฟียใหญ่แห่งบอมเบย์ผู้สนองอิสระภาพของลินด้วยความคุ้มครอง และฝึกฝนลินให้เรียนรู้งานอาชญกรรมในสายต่างๆ เรียกว่าเป็นเด็กฝึกแก็งมาเฟีย
จนกระทั่งท้ายที่สุดสิ่งที่คาดีย์ไภต้องการอย่างแท้จริง คือความเป็นคนขาวคือการแสดงตัวเป็นอเมริกันของลินในขบวนขนถ่ายอาวุธไปอัฟกานิสถานระหว่างสงคราม
ครึ่งหลังของนสจะเป็นเรื่องราวของสมาชิกแก๊งที่ลินได้เรียนรู้งาน พร้อมกับถกปรัญญาชีวิต ศาสนาความเชื่อระหว่างกันของชาวแก็งรุ่นใหญ่อันนำมาซึ่งความตื่นตะลึงของลิน ตัวคาดีร์ไภจะให้ความรู้สึกถึงความมั่นคงแข็งแรงด้วยอำนาจ ทั้งพระเดชพระคุณต่อผู้อื่น มีวาทศิลป์จิตวิทยาในการพูดคุยวางตัวเองเพื่อชักจูงให้คนอื่นคล้อยตาม ลินก็เป็นหมากตัวหนึ่งของเขาตั้งแต่เริ่มแรก
ค าดีร์ไภถ้าอารมณ์แบบบ้านเราก็คือชายผู้มีบารมีอำนาจทางการเงินในทางมิชอบพูดคุยเรื่องความเชื่อศาสนาที่ตัวเองยึดถือทำบุญสุนทานอะไรทำนองนั้น ภาพที่เป็นกับสิ่งที่ทำล้วนสวนทาง ใช่ว่าคนสวดมนตร์ทุกคนจะเป็นคนดี ใช่ว่าคนเคร่งศาสนาทุกคนจะเป็นคนดีมันก็แบบนั้นแหละ ในความขาวมีความเทาปนเปื้อนอะไรทำนองนั้น
“บางครั้งมันจำเป็นจะต้องทำสิ่งที่ผิดด้วยเหตุผลที่ถูก สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าเหตุผลเราถูก และเราต้องยอมรับความผิดโดยไม่โกหกตัวเอง ไม่หลอกให้ตัวเองเชื่อว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นถูก”
นั่นคือความเชื่อคือปรัชญาของคาดีร์ไภ
รายละเอียดปลีกย่อยของตัวละครมันเยอะเพราะคนมันแยะ ระหว่างคนนั้นคนนี้ที่แวดล้อมลินมีความเศร้าซาบซึ้งมิตรภาพระหว่างมนุษย์ที่แตกต่างกันเส้นสายที่เอื้อกันระหว่างมาเฟียกับตำรวจ มาเฟียกับนักการเมือง การหักหลังทรยศของชาวแก๊งที่เริ่มเห็นต่างการแก้แค้น ความเสียใจของลินที่มีต่อคาดีร์ไภเมื่อรู้ความจริง กลายเป็นความรักความชังที่ตัดไม่ขาด หรือกับคาร์ลาก็เช่นกัน ส่วนคนอ่านอย่างเราได้แต่พึมพำว่า กุว่าแล้ว แกโดนต้มแหละลิน
เห็นได้ว่าลินเป็นคนที่ใช้ใจนำทางเหมือนคราวแรกที่เขาใช้กับประภาคารเมื่อมาถึงบอมเบย์ และรวมถึงคนอื่น เมื่อใช้ใจนำทางมันแค่เจ็บมากหน่อยเท่านั้นเอง
ส่วนตัวอย่างที่บอกคือชอบในส่วนของครึ่งแรก มันอ่านสนุกครื้นเครงมากกว่าครึ่งหลังที่เล่าเรื่องงานของชาวแก๊งนั่นนี่จนพากันไปขนอาวุธซึ่งก็เพื่อตอบสนองคาดีร์ไภที่ต้องจากบ้านมาเพราะเหตุการณ์บางอย่างในอดีต แต่ก็ดันถูกหักหลังจากคนใกล้ชิดในแก๊งตามบริบทเส้นชีวิตมาเฟีย
หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและจิตใจของตัวละครที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน จับภาพสังคมบอมเบย์ในมุมมองที่ไม่ปกติและแตกต่างอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องราวของลิน ชายหนุ่มออสซี่ผู้หลบหนีคดีและต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในสลัมที่ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจหวนกลับมาบีบคั้นความเป็นตัวตนของเขาอย่างรุนแรง ในครึ่งแรกของหนังสือ กลิ่นอายความเฮฮาและความขบขันจากเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตในสลัมและการปรับตัวของลินทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้าน แม้ว่าสังคมรอบตัวจะเต็มไปด้วยความเลวร้าย เช่น อุบัติเหตุและความวุ่นวาย การแทรกซึมของคนเมืองและชนบทที่มาพบกันสร้างภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความจริงและความขมขื่น ส่วนครึ่งหลังของหนังสือจะเจาะลึกถึงเครือข่ายอาชญากรรมและแก๊งมาเฟียที่มีทั้งการสมคบคิด การเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ และการหักหลังที่นำไปสู่ความสูญเสียและความเศร้าสลด ตัวละครหลักอย่างคาดีร์ไภไม่เพียงแต่เป็นผู้นำแก๊งแต่ยังแฝงไปด้วยมิติของอำนาจ และความเชื่อที่สับสนระหว่างความดีและความชั่ว ทำให้ผู้อ่านได้ตั้งคำถามกับศีลธรรมและความจริงที่ซ่อนอยู่ในชีวิต คำพูดของคาดีร์ไภที่ว่า "บางครั้งมันจำเป็นจะต้องทำสิ่งที่ผิดด้วยเหตุผลที่ถูก" เป็นเสมือนแก่นของเรื่อง บอกเล่าถึงความซับซ้อนด้านจริยธรรมในโลกแห่งความจริง ที่ไม่มีเพียงแต่ขาวหรือดำ แต่กลับมีความเทาและความไม่แน่นอนทับซ้อนกันอยู่เสมอ สำหรับคนที่สนใจประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่าง ความเป็นอิสระและความลวงตาในชีวิตมนุษย์ รวมถึงวิถีแห่งมาเฟียที่ผูกพันกับสังคมเมืองในยุคสมัยใหม่ หนังสือเล่มนี้ถือเป็นคำตอบที่ควรอ่านและช่วยให้เข้าใจภาพรวมของความเป็นจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของสังคมบอมเบย์ได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ คำว่า "MEYER LEMONY SNICKET" ที่พบในภาพอาจจะสื่อถึงนักเขียนหรืองานเขียนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความลึกลับหรือนวนิยายแนวผจญภัย ซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลใจหรือเชื่อมโยงในเชิงกว้าง เช่น การเล่าเรื่องที่มีปริศนา ชีวิตผู้หลบหนี การค้นหาความจริง และความลึกลับในเนื้อเรื่องโดยรวม ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความน่าค้นหาของเนื้อหาที่ถูกรีวิวอยู่ในบทความนี้
