๘.

•A Little Journey_พัณณิดา ภูมิวัฒน์

__

ชุดนี้เป็นเรื่องราวภาคเชื่อมระหว่าง Dragon Delivery&Daemon Bakery ซึ่งอิคนอ่านเนี่ยอ่านDDไปตั้งแต่ชาติที่แล้วเห็นจะได้ ตอนที่ออกเป็นเล่มครั้งแรกกับสถาพรนู้น สิริรวมยี่สิบปีเป็นอย่างต่ำ ส่วนDBก็มีครบถ้วนเฉกเช่นกันคราวออกกับสถาพร ทว่า!!! ยังมิได้อ่านด้วยสถานการณ์บางอย่างในตอนนั้น ทีนี้เลยลากยาวมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้

ตัดสินใจว่าเอาเถอะลองอ่านก่อนค่อยประมวลความทรงจำกันไป เริ่มแรกมันอารมณ์ประมาณว่ายัยเด็กนี่ลูกใครวะ วนๆ อยู่ในหัว ยัยหนูวาลแกแจกแจงสาแหรกตระกูลมาบัดเดี๋ยวนี้ ป้าจำไม่ได้อ่ะลูกกกก เข้าใจป่ะชั้นรู้จักพวกพ่อแม่แกตั้งแต่ก่อนเริ่มจีบกันอีกนะเว่ย ผ่านร้อนผ่านหนาวเรื่องราวสุขเศร้า ดีใจเสียใจคอยเชียร์คอยลุ้นมา เมื่อทุกอย่างดำเนินไปปกติสุข หลังจากนั้นแยกย้ายจากกันไปแก่

มาเจออีกทียัยหลานโตเป็นสาวไม่พอ มันยังพาแฟนกลับบ้านมาอีก อ๊ากกก!!! นั่นแหละค่ะ ฉันกลายเป็นป้าเป็นยายที่จำลูกหลานตัวเองไม่ได้สินะคะ กระซิกๆ

ในบรรดาหนังสือคุณเลวิตร์ DDมันให้ความรู้สึกว่าเราเติบโตมาพร้อมกัน เห็นพวกเขามาตั้งแต่เริ่มมันจึงมีความผูกพันกับตัวละครมากกว่าเรื่องอื่น แถมได้อ่านภาคพิเศษ The Story of Hekke แล้วก็ The Story of salute มาแล้วด้วย ซึ่งในภาคพิเศษนี้โซลโทหรือเรียกกันติดปากว่าไอ้ขอรับมีลูกคนแรก ที่หากว่าตัดความแฟนตาซีออกไป ลูกคนแรกของโซลโทกับเรนาคือเด็กพิเศษ หรือแม้เป็นแฟนตาซีมันก็ยิ่งเป็นอภิมหาเด็กพิเศษอยู่นั่นเอง เป็นหนึ่งในล้านๆๆ ที่เกิดมาไม่เหมือนใคร

พ่อแม่ต้องใช้ทั้งพลังกายพลังใจอย่างแรงกล้าเพื่อเรียนรู้ความพิเศษของลูกที่ตัวพวกเขาเองพ่อแม่มือใหม่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงถูกต้องถึงดีที่สุด ไหนจะกลัวลูกหายไปจนหาไม่เจอ หรือเจ้าเตเองก็เหมือนกัน เจ้าเด็กมันรู้ว่าพ่อแม่ทุกข์ใจกับความพิเศษที่ไม่รู้ของมัน มันก็เป็นเด็กดีเชื่อฟัง เรียกว่าเลี้ยงดูกันไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้าเหมือนรักษาไปตามอาการอย่างไรอย่างนั้นผิดบ้างถูกบ้าง ปรับแก้เรียนรู้ไปด้วยกัน

เครือญาติช่วยกันเหมือนช่วยเดือนช่วยจันทร์ ปู่เฮกเคมังกรชราก็ช่วยเลี้ยงดูเจ้าเตด้วยเหมือนกัน แต่คำของโซลโทคือ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่ต้องดีเลิศ ไม่ต้องเหมือนใครก็ไม่เป็นไร ทุกอย่างมีที่ทางของมันเอง ไม่ต้องกังวลใจไป ไม่เป็นไร

แล้วเจ้าเด็กเตคือได้ความจิตใจดีของโซลโทผู้พ่อมาเต็มกระเบียดความซื่อใสจิตใจดีมีน้ำใจ เป็นเด็กน่ารักน่ากอดผู้มีพลังบวกเหลือล้น กระทั่งตกไปอยู่ดินแดนในใจของแม่ ไปเจอปู่ไซธีนผู้บึ้งตึงเคร่งขรึม เคยเป็นคนร้ายกาจในอดีตทำเรื่องราวเลวร้ายมาสารพัดและไม่พิศมัยเด็ก ยังใจอ่อนยวบเมื่อได้ยิน ท่านปู่ขอรับๆ ทุกวี่วัน

ส่วนเรื่องนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่เจ้าเตแต่เป็นการเปิดตัวหนูวาลกับพี่รีกัล อ่านไปสักพักเราก็จับสาแหรกได้ขึ้นมาว่ายัยหนูวาลคนนี้เป็นพี่สาวเจ้าเตเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน หนูวาลเป็นลูกของเจ้าเทย์กับวิมอดา เจ้าเทย์คนนี้เนี่ยเป็นพี่ชายของเรนา ก็คือลุงของเจ้าเต ทีนี้จึงจำลูกหลานขึ้นมาได้เช่นนั้น ส่วนรีกัลเป็นเจ้าชายจากแดนกลางซึ่งก็คือลูกพี่ลูกน้องกับมอร์ คนที่อ่านDBมาแล้วคงรู้จักเจ้าของร้านเบเกอรี่คนนี้กันอยู่แล้ว แต่ถึงยังไม่ได้อ่านแบบเราการมาเป็นแขกรับเชิญของมอร์ไม่ได้ติดขัด อ่านเข้าใจดี

เราว่าเล่มเปิดช่วงแรกมันสะดุดนิดหน่อยไม่ค่อยลื่นอ่านไปสักพักถึงค่อยเข้าที่เข้าทาง ช่วงแรกมันดูหลวมๆ ไงไม่รู้ แต่อันนี้ไม่รู้เป็นเพราะเราเองที่ยังจับทิศทางไม่ได้หรืออย่างไร สุดท้ายอ่านไปยิ้มไปใจฟูอิ่มเอมใจสลับกับน้ำตาซึมเป็นระยะ

ตัวละครมันโคตรน่ารักน่ากอด แม้บางตัวจะน่ารักปนน่าทุบบ้างแต่กระนั้นโดยพื้นฐานจิตใจคือดีนั่นแหละ เพราะมีความรักเป็นพื้นฐานจิตใจแม้กระทำไปผิดบ้างถูกบ้าง ท้ายที่สุดแม้พลั้งเผลอผิดพลาดก็เพราะรักเพราะอยากขอโทษ ยังช่วยกันประคองจนเข้ารูปเข้ารอยข่วยกันแก้ไขสู่หนทางที่ดี

แต่จะว่าไปคอนเนคชั่นทางฝั่งบ้านชีเลของหนูวาลที่อุดมไปด้วยความประหลาดล้ำสุดลิ่มทิ่มประตูมากพออยู่แล้ว พอไปรวมกับคอนเนคชั่นรีกัลคือสิบหกชั้นฟ้าสิบห้าชั้นดินมาก เรียกว่าต่อให้ตกไปอยู่ในดินแดนแห่งความตายยังได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูล เพราะความเป็นลูกหลาน อย่างยัยหนูวาลผู้เป็นลูกสาววิมอดา เจ้าพวกพนักงานดินแดนแห่งความตายก็อยากเห็นหน้า เพราะคุ้นเคยกับผู้เป็นแม่มาแต่เด็กถึงจะไม่ชอบหน้าเจ้าเทย์พ่อมันก็เถอะ😆 ค่าที่ว่าวิมอดาถูกคำสาปให้เป็นบ้างตายบ้างมาแต่เด็กจึงคุ้นเคยเป็นที่รักของคนข้างล่างที่คอยดูแลกันมาหลายปี

หรือโซลโทที่เคยลงมาและทำให้หมาของนายพรานเชื่องไปคราวหนึ่ง เสมือนหนึ่งบ้านชีเลเป็นที่รู้จักมักคุ้นกับพวกดินแดนแห่งความตาย

แล้วที่สำคัญใครจะไปคิดว่าการที่รีกัลแค่ต้องการไปส่งแฟนกลับบ้านจะกลายเป็นการผจญภัยข้ามมิติจักรวาลม้วนหน้าม้วนหลังตีลังกาหลายตลบขนาดนี้ได้ คนที่ไม่เข้าใจอารมณ์อย่างรีกัลจึงต้องทำรายงานค้นคว้าหาเหตุและผลชนิดแบบไม่เคยพบเจอมาก่อนอีกตั้งพะเรอให้ต้องทำความเข้าใจ

การกั้นกำแพงตั้งป้อมของว่าที่พ่อตากับบรรดาญาติฝ่ายหญิงอีกเล่า สนุกใจฟูไปกับตัวละครทุกตัว แล้วถ้าอ่านกันมาตั้งแต่ต้นเรื่องราวDD เราจะรับรู้เรื่องปมของตัวละครแทบทุกตัว ทำไมจึงเป็นแบบนี้ หลายตัวละครมีความพร่องไม่สมบูรณ์แบบ มีบาดแผลของความไม่เข้าใจหรือมองคนละด้านของความรัก ความไม่ปกติความแปลกแยกใดๆ กระทั่งเติบโตขึ้น กระทั่งพบเจอกับเหตุการณ์หรืออยู่ในสถานะหนึ่งจึงเกิดความเข้าใจขึ้นมา เหมือนเทย์ที่เข้าใจตา ความไม้เบื่อไม้เมาที่ต้านกันเกิดจากอะไร กระทั่งตัวเองเป็นพ่อคนมีลูกสาวที่พาแฟนกลับบ้านจึงเข้าใจตาแก่บ้าอำนาจอย่างตาของตัวเอง

ว่าที่ผ่านมาอาจเป็นตัวเองเข้าใจไปเอง ปมของตัวละครได้รับการคลี่คลาย บาดแผลได้รับการซ่อมแซมเยียวยา เรามองว่าจักรวาลDDเป็นเรื่องที่ครอบคลุมชีวิตเกือบทั้งหมดให้เรียนรู้ให้ทำความเข้าใจหลากหลายมุมมองที่สุดแล้ว เอาแต่เริ่มคือธุรกิจการค้า การเมืองการปกครอง ความเชื่อตำนานที่สร้างขึ้น ความเป็นพ่อแม่ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ ระหว่างพี่น้องที่รักปนอิจฉากัน หรือก่อนหน้านั้นอย่างเตที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะรักน้องได้หรือเปล่า การทำความเข้าใจคนอื่นการทำความเข้าใจตัวเอง ความรักความเข้าใจระหว่างพี่น้อง ระหว่างมิตรสหาย ระหว่างคนกับสัตว์

เรื่องนี้อันที่จริงอุดมไปด้วยคนพิเศษ คนแปลกแตกต่าง ที่ต้องเรียนรู้กันทั่งคนภายในครอบครัวสังคม หรือแม้กระทั่งตัวเองที่ต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ด้วยเช่นกัน นั่นคืออยู่กับความพิเศษของตัวเองให้ได้

อ่านแล้วมันใจฟูจริงๆ นะ แบบเฮ้ออออดีจังเลยน้าาาาาา มันอิ่มใจมันรักษาใจ อยากกอดเจ้าเตจังเลย เจ้าเด็กแสนน่ารัก อยากได้จดหมายจากเจ้าเตบ้าง แบบที่ขึ้นต้นว่า ข้าโค้งคำนับมานะขอรับ😊

แล้วพี่นีโคคนเท่อีกเล่าเมื่อไหร่จะมีเรื่องราวเป็นของตัวเองบ้างหนา

#บันทึกการอ่าน

#ALittleJourney

#อ่านตามlemon8

#รีวิวหนังสือ

#หนังสือ

2/25 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การอ่าน A Little Journey ที่เล่าถึงเรื่องราวภาคเชื่อมระหว่าง Dragon Delivery และ Daemon Bakery ทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องแฟนตาซีธรรมดา แต่สะท้อนภาพชีวิตจริงของการเป็นครอบครัวที่ต้องเรียนรู้ยอมรับความพิเศษของสมาชิกในบ้านได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และเด็กพิเศษที่ต้องใช้ทั้งใจและกำลังเพื่อนำทางชีวิตไปให้ถูกตามทางที่เด็กต้องการ แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม เหมือนกับเจ้าเตที่เป็นเด็กน่ารักน่ากอด แต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงและต้องการความเข้าใจจากคนรอบข้าง ตัวละครเหล่านี้สอนให้เราเห็นว่าความรักและความอดทนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเยียวยาทุกความแตกต่าง ในแง่ของคอนเนคชั่นเรื่องราวที่มีความลึกซึ้งของเครือญาติบ้านชีเลและแดนกลาง ซึ่งผสมผสานกับเรื่องราวของดินแดนแห่งความตาย จึงสร้างโลกแฟนตาซีที่มีความน่าสนใจและมีมิติหลากหลายมากกว่าที่คิด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้เขียนและผู้อ่านคนอื่นรู้สึกผูกพันไปกับตัวละครจริงๆ การผจญภัยข้ามมิติของรีกัลกับแฟน ก็ชวนให้เราแปลกใจและตื่นเต้นอย่างไม่คาดคิด ช่วยเติมเต็มความสนุกและความลึกของเรื่องราวส่งผลให้มุมมองของเราต่อการเรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างร่วมกันในครอบครัวและสังคมเปลี่ยนไปในทางที่อบอุ่นและมีพลังบวกมากขึ้น การอ่านเรื่องนี้จึงเหมือนกับการได้รับพลังบวกและความหวังที่เต็มเปี่ยม พร้อมกับรอยยิ้มและน้ำตาที่ซึมออกมาในบางช่วง เพราะทุกตัวละครมีความเป็นมนุษย์ที่มีความผิดพลาดแต่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และมิตรภาพที่แท้จริง สำหรับคนที่ชื่นชอบรีวิวหนังสือที่เล่าถึงความลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพ่อแม่ลูก พี่น้อง หรือความแตกต่างของคนในสังคม A Little Journey เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เราแนะนำให้อ่านอย่างยิ่ง เพราะมันมากกว่าการเป็นหนังสือแฟนตาซี แต่คือการเรียนรู้ชีวิตที่อบอุ่นใจจริงๆ