๑๒.

•ใบเรือสีแดงก่ำ_Alexander Grin

•อติภพ ภัทรเดชไพศาล แปล

__

ย้ำกับตัวเองว่า เทพนิยายๆ อ่านแบบปล่อยจอยเถิดหนา ไม่งั้นหล่อนวางประดับกองแน่ เพราะส่วนลึกหล่อนจะขัดเขาอยู่เรื่อย

สำนวนภาษาไพเราะเสนาะโสตอารมณ์เรื่องงดงาม ประสาเทพนิยายรัก มีความอิหยังวะกรอกตาเล็กน้อย เรื่องของความหวังความฝันและการรอคอย โรแมนติกฟุ้งเฟ้อตามขนบ

เรื่องระหว่างเด็กบ้านจนกำพร้าแม่กับเด็กบ้านรวย ผู้เสมือนถูกด้ายแดงผูกนิ้วก้อยไว้ด้วยคำทำนายของนักเล่าเรื่อง ว่าวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อเด็กหญิงเติบโตขึ้นเธอจะค้นพบรักแท้ด้วยหนุ่มผู้เดินทางมาด้วยเรือใบสีแดงก่ำ

เด็กหญิงผู้กำพร้าแม่แต่แรกเกิดเนื่องด้วยเพราะความสิ้นไร้ เด็กหญิงกับพ่อถูกผลักออกจากสังคมเพราะสิ่งที่ผู้พ่อกระทำ เขายืนมองชายคนหนึ่งถูกพายุพัดเรือออกไปโดยไม่ให้การช่วยเหลือ ทุกอย่างมีที่มาและสาเหตุใครคนนั้นเคยปฏิเสธการช่วยเหลือภรรยาเขา ทั้งที่ช่วยได้

เขาทำในสิ่งเดียวกัน แต่สังคมกลับกล่าวโทษความใจร้ายใจดำของเขา ความถูกผิดที่ตัดสินโดยสังคมคนหมู่มาก ไม่ว่าจะผิดหรือถูกหากสังคมหมู่มากคล้อยตามนั่นกลับเป็นสิ่งถูกอย่างนั้นหรือ

เขาหันหลังให้สังคมชุมชนเสมอกับที่สังคมชุมชนหันหลังให้เขาแบบเฝ้าจับตาดู คอยดูชีวิตสองพ่อลูก ซุบซิบๆ

เรื่องราวการรอคอยเรือใบสีแดงก่ำของเด็กหญิงถูกโพนทะนา ถูกเยาะเย้ยถากถาง หัวเราะเยาะ กระทั่งในวันที่เกิดขึ้นจริง เสียงซุบซิบอื้ออึงปนริษยาดังกระฉ่อนจากผู้หญิงในหมู่บ้าน

ข้างเด็กบ้านรวย เติบโตมาในคฤหาสน์กว้างใหญ่บริวารพร้อมพรั่งแต่เขาเป็นในสิ่งที่ต่างออกไป เขามีน้ำจิตน้ำใจกับคนที่ด้อยกว่า มีมิตรไมตรีเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและเฝ้าฝันถึงการเดินทาง

เด็กชายหนีออกจากบ้านไปเป็นลูกเรือ ลบคำครหาดูถูกของกัปตันว่าจะไปได้สักกี่น้ำ จะทานทนทำงานหนักในเรือได้หรือจนกระทั่งถูกยอมรับ หลายปีผ่านกระทั่งเติบโตเป็นหนุ่มและเดินเรือด้วยตนเอง

ด้วยอานุภาพโชคชะตา บุพเพสันนิวาส ค่ำคืนแห่งความเบื่อหน่ายพ่อหนุ่มขึ้นจากเรือเดินมาเจอสาวเจ้าหลับอยู่ในทุ่งหญ้า!!! หล่อนเป็นไรเอ่ยมาหลับในทุ่งหญ้า ไม่ถูกฉุดกระชากลากถูไปทำมิดีมิร้ายนับว่าบุญเท่าไหร่แล้วจ๊ะสาว

เจ้าหนุ่มถูกศรรักปักอุราตกหลุมรักเป็นนักหนาถึงขนาดแอบใส่แหวนไว้ตรงนิ้วของสาวเจ้า ก่อนจะไปสืบความจึงได้ล่วงรู้นามสาวเจ้าพร้อมเรื่องเล่าการรอคอยของเธอ ปฏิบัติการสร้างฝันให้เป็นจริงของเจ้าหนุ่มจึงเกิดขึ้น เขาเปลี่ยนใบเรือตามคำทำนายของนักเล่าเรื่อง

ข้างสาวเจ้าเห็นใบเรือสีแดงก่ำแล่นมาจริงดังว่าก็แสนจะตื่นเต้นลิงโลดใจ ตามคำทำนายพร้อมจะขึ้นเรือไปกับเขาทันใด เฮ้ออออ อะไรมันจะใจเร็วบุ๊บปั๊ปรับโชคขนาดนั้น หล่อนเชื่อสนิทใจจริงดิว่าจะพบรักแท้

ตรงคำทำนายแล้วหนึ่ง รูปหล่อหนึ่ง ร่ำรวยด้วยอีกหนึ่ง แล้วถ้าเจ้าหนุ่มหน้าตาไม่หล่อไรงี้หล่อนจะกระดี๊กระด๊าขึ้นเรือไปกับเขามั้ย แถมเจ้าหนุ่มคนนี้นิสัยใจคอเป็นอย่างไร หล่อนยังไม่รู้เลย ก็แค่สังสัยแหละ😁

อ่านเอาเรื่องประสาเทพนิยายรักนั่นแหละ คล้อยตามเรื่องเล่าไป จบแฮปปี้ประดุจเจ้าหญิงเจ้าชาย อย่าคิดมากเรื่องความสมเหตุไม่งั้นมันอ่านไม่สนุกดังเช่นข้าพเจ้านี้เป็นต้น

หมายเหตุ ข้อควรระวังห้ามขัดขาเทพนิยาย

#บันทึกการอ่าน

#ใบเรือสีแดงก่ำ

#อ่านตามlemon8

#รีวิวหนังสือ

#หนังสือ

3/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการอ่านนิยายใบเรือสีแดงก่ำให้ความรู้สึกเหมือนดื่มด่ำกับเทพนิยายรักที่งดงามแต่แฝงด้วยข้อคิดที่ลึกซึ้ง หลายครั้งที่ฉันรู้สึกว่าคำทำนายเกี่ยวกับใบเรือสีแดงก่ำนั้นเป็นเสมือนการสะท้อนโชคชะตากับความหวังที่ผู้คนมีต่อชีวิตและความรัก เรื่องราวในนิยายซึ่งเล่าเกี่ยวกับเด็กหญิงกำพร้าผู้ถูกผลักไสและเด็กชายผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีเดินทางด้วยเรือใบสีแดงก่ำ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของชนชั้นในสังคมและการหมั่นเพียรร่วมกับโชคชะตาในการค้นหาความรักแท้ ไม่ใช่เพียงรักโรแมนติก แต่คือการค้นพบความหมายของชีวิตผ่านการเผชิญกับความผิดหวังและการให้อภัย จากประสบการณ์ส่วนตัว การอ่านนิยายแนวเทพนิยายโรแมนติกเช่นนี้ ต้องเปิดใจปล่อยให้เนื้อเรื่องพาไปตามจังหวะ ดังที่ผู้เขียนบทความแนะนำ เพราะหากจ้องมองถึงเหตุผลหรือความสมเหตุสมผลอาจทำให้เสียสนุก เมื่อปล่อยวางแล้วจะพบว่าเนื้อเรื่องนั้นช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตในแง่ของความหวังและการรอคอยอย่างอดทน นอกจากนี้ การแปลโดย อติภพ ภัทรเดชไพศาล ทำให้สำนวนภาษาไทยไพเราะ เสริมบรรยากาศความโรแมนติกและน่าหลงใหลของเรื่องราวต้นฉบับได้อย่างดี ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้อ่านที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา เพราะการแปลที่ดีช่วยทำให้เรื่องราวและอารมณ์ความรู้สึกถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน สุดท้ายนี้ นิยายใบเรือสีแดงก่ำไม่ได้เป็นเพียงนิยายรักธรรมดา แต่ยังสะท้อนประเด็นทางสังคมเรื่องการตัดสินคนและโชคชะตาที่เปลี่ยนแปลงได้จากการกระทำและใจของเราเอง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวโรแมนติกที่มีหัวใจคิด และเตือนให้เราไม่ควรขัดขวางหรือวิจารณ์เทพนิยาย เพราะทุกเรื่องราวล้วนมีความงดงามของมันเองในแบบที่ต่างกัน