๑๓.
•หมู่บ้านบรรพกาล และห้วงกาลอื่นๆ|โอลกา โตการ์ซุก
•ฐาปณี ทับหนองฮี แปล(ฉบับภาษาอังกฤษ)
__
อ่านตอนแรกชอบเลยชอบมากดูมีอะไรน่าสนใจ ความลึกลับมหัศจรรย์ของชาวหมู่บ้านบรรพกาล สักพักเริ่มปรากฎเป็นความว่างประหนึ่งบรรลุซึ่งสัจธรรม หัวข้าพเจ้านี่แหละว่างโหวงกลวงโบ๋อยากตีคุณคนเขียนสักทีสองที
ตัวละครมันเยอะซึ่งก็ไม่ได้เยอะมากอะไรหรอก เพียงแต่ว่าแต่ละบทมันสั้นจึ๋งนึง แบบอารมณ์กำลังเคลิ้มทำท่าจะตกหลุมรักอยู่แล้วเชียว คุณพี่ดันตัดความสัมพันธ์กับคนอ่านละให้เราไปทำความรู้จักกับคนใหม่ล่ะจบเหมือนเดิมคุณพี่มาให้ความหวังแล้วจากไป จะให้เราอกหักซ้ำซากจนชาชินว่างั้น
แต่ข้อดีก็คือย่อยง่ายได้มีเวลาพักหายใจ ทว่าในความข้อดีย่อยง่ายความที่คุณพี่สับบทเปลี่ยนฉากไวมันจึงยากในการประมวลผลกับการเอาแต่ละห้วงกาลของแต่ละคนมาร้อยเรียง สำหรับเราคือมันอารมณ์อ่านแล้วไม่อิ่ม ประมาณเสิร์ฟอาหารจานแพงระยับด้วยถ้วยเล็กจ้อยแ_กไม่อิ่มค่ะ ท้องยังร้องโครกครากอยู่เลย
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังชอบอยู่ดี เห้ออออออ
บ่นนิดบ่นหน่อยตามประสาแล้วจึงว่าด้วยเนื้อหาตามความเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างของเรา เราว่าเขาพูดถึง ความไม่เที่ยงเมื่อเทียบกับพุทธศาสนา ความเที่ยงที่ไม่เที่ยง หรือความไม่เที่ยงอันเที่ยงแท้ การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ของทุกสรรพสิ่ง ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในแบบที่เราเห็นได้ด้วยตาเนื้อ และในห้วงกาลอื่นที่เราไม่สามารถสัมผัสได้รับรู้ได้หมดทุกคน(บางคนรับรู้ได้)
แต่ทุกสรรพสิ่งย่อมมีความเปลี่ยนไปตามวัฏจักร วัฏสงสาร โลก ผู้คน ความคิด กระแสสังคม ความเชื่อ อารมณ์ ความเจริญ ความเสื่อมถอย ในที่นี้หมู่บ้านบรรพกาลเสมือนเป็นตัวแทนสะท้อนให้เห็นถึงความผันแปรนั้นเป็นโลกสมมติอีกหนึ่งโลก ซึ่งตั้งอยู่ในอบายทั้งสี่(ตามในเรื่อง)
ความพลุ่งพล่านเสี่ยงอันตรายความวิตกกังวล
ความปรารถนาอยากครอบครองและถูกครอบครอง
การดำดิ่งในความหยิ่งผยอง
ความโง่เขลา อันเกิดจากความปรารถนาอยากเป็นคนฉลาดมากจนเกินไป
แบบว่ามนุษย์อะเนอะเมื่อสุขสบายเกินไปรุ่งเรืองถึงขีดสุดว่างมากไป หาเรื่องตีกันดีกว่า ตีกันให้แหลกรานไปข้าง บึ้มใส่กันให้พระเจ้าตกใจเล่นว่ากูคิดผิดหรือคิดถูกที่สร้างพวกเจ้ามา เอาให้องค์อินทร์สะเทือนศิลาอาสน์อยู่ไม่สุขร้อนรุ่มนั่งไม่ติด จำต้องส่องทิพย์เนตรลงมาดูว่าเจ้าพวกนี้มันเล่นอันใดกันเหวย
เมื่อแหลกเป็นจุณจึงได้มีเรื่องให้กอบกู้ให้สร้างให้พัฒนาจะได้ไม่ว่าง ได้ร่วมแรงร่วมใจกันรักษ์โลกอีกคราหนึ่ง อะไรทำนองนั้น
ผู้คนในหมู่บ้านบรรพกาลเป็นเราคนใดคนหนึ่งในอดีตปัจจุบันและอนาคต การใช้ชีวิตการประสบชะตากรรมจากภัยพิบัติธรรมชาติ ภันพิบัติจากมนุษย์ด้วยกันเองจากโลกส่วนอื่นที่ตกกระทบในหมู่บ้านบรรพกาลเช่นกัน บางคนตั้งคำถามกับการมีอยู่ของพระเจ้า ตั้งคำถามกับการมีชีวิตอยู่ และมีใครบางคนในโลกใบนั้นหลุดพ้น
เกมส์ชีวิตที่เราทุกคนต้องเล่น ตั้งคำถาม แสวงหา วิ่งชน หรือใดๆ ก็สุดแต่ นั่นคือชีวิต ความเที่ยงที่ไม่เที่ยง ความไม่จีรังยั่งยืนของสรรพชีวิต
“ผู้คนเรียนรู้ที่จะก่อสร้างอะไรขึ้นมาด้วยความประสงค์ของตนเอง และเรียกขานตนเองว่าพระเจ้า ตอนนี้โลกจึงเต็มไปด้วยพระเจ้านับล้านๆ แต่ความประสงค์ของผู้คนนั้นเป็นรองต่อความหุนหันพลันแล่น ความโกลาหลอลหม่านจึงหวนกลับมาสู่โลกที่หก ทุกสิ่งล้วนมากเกินพอดี แม้จะมีบางสิ่งใหม่กำเนิดอยู่เสมอ เวลาเริ่มเร่งเร็วขึ้น ผู้คนเริ่มล้มตายจากความพยายามจะสร้างอะไรบางอย่างที่ยังไม่มีตัวตนอยู่ขึ้นมา”
ในที่สุดพระเจ้าเสด็จกลับมา ทรงพิโรธทีโลกนี้วุ่นวายยุ่งเหยิงนัก จึงทรงทำลายผลงานทรงสร้างทั้งหมดทั้งสิ้นใ ห้พินาศไปด้วยพระดำริเพียงครั้งเดียว ตอนนี้โลกที่หกจึงว่างเปล่าและเงียบงันเหมือนหบุมศพคอนกรีต…
น.256
หรือตอนนี้เราอยู่ในโลกที่หกอย่างนั้นหรือ?
































































