๑๘.
•ชายนิรนาม|ฮิราโนะ เคอิจิโร
•เมธี ธรรมพิภพ แปล
__
เรื่องของความเป็นอื่น ที่เริ่มต้นจากความตายของชายคนหนึ่ง นำไปสู่ความตื่นตระหนกของภรรยาว่าคนเป็นสามีไม่ใช่คนที่เธอรู้จักอีกต่อไป แต่กลายเป็นใครก็ไม่รู้ที่สวมชื่อสวมทับประวัติชีวิตของอีกคนหนึ่ง เกิดคำถามการสืบค้น เปิดประตูไปค้นหาความเป็นอื่นของผู้คน เหตุ ปัจจัย กระแสสังคม สิ่งแวดล้อมและสถาบันครอบครัว รวมถึงประเด็นของเชื้อชาติสัญชาติของ ตัวทนาย
คนเราจะเป็นคนอื่นไปทำไมกันถ้าไม่ได้ต้องการหนีจากอะไรบางอย่างถึงกับต้องสวมสัมโนครัว นอกจากมีคดีติดตัว เป็นอาชญากร เป็นความคิดหัวแถวที่ใครย่อมต้องคิดไปทางนั้น แล้วใครกันที่ยินยอมแลกทั้งชื่อทั้งประวัติกับอีกคน เพราะอะไร
ตัดความเอ้อระเหยของเนื้อเรื่องถือว่าประเด็นที่สื่อดีอยู่นะ ทั้งตัวชายนิรนามที่ต้องการหนีจากความเป็นลูกฆาตกร และตัวทนายที่เป็นเกาหลีสัญชาติญี่ปุ่น ตัวทนายนี่ทำให้เรานึกถึงตัวละครในโซโลมอน คือเป็นคนที่ไม่มีส่วนร่วมความรู้สึกหรือสิ่งที่ถูกกระทำจากความเป็นคนนอกในสังคมญี่ปุ่น เช่นเดียวกับตัวละครในโซโลมอนที่ไม่รู้สึกรู้สาใดๆ กับเผ่าพันธุ์
และเพราะเราอ่านเล่มปาจิงโกะมาแล้วด้วยทำให้เข้าใจในบริบทความเป็นเกาหลีในญี่ปุ่น ทนายที่ทำตัวก ลมกลืนเพราะตัวเองถือสัญชาติญี่ปุ่น หรือการพยามทำตัวเป็นผู้มีประโยชน์ของสังคมอะไรใดๆ เกิดจากความมีจิตสาธารณะโดยเนื้อแท้ หรือมีเหตุผลอื่นซ้อนทับจากความเป็นคนนอกที่ส่วนลึกยังรู้สึก
อีกด้านหนึ่งในมุมภรรยาและลูก เราเข้าใจนางนะต้องการพ่อและสามีที่อยู่เคียงข้างในยามอุทกภัยภัยพิบัติ ไม่ได้ต้องการฮีโร่ที่วิ่งเต้นช่วยเหลือชาวบ้านเป็นคนของประชาชนอยู่นอกบ้านเว้ย ขอแค่เป็นพ่อที่ดีเป็นสามีที่ดีก็พอเหอะ นั่นเป็นที่มาของความมึนตึงระหว่างกัน เป็นภัยเงียบที่ค่อยคืบคลานทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา
ความคิดส่วนตัวเราว่าต่อให้หนีจากตัวเองแค่ไหน มันแค่หนีได้แต่ภายนอกอยู่วันยังค่ำ ความรู้สึกนึกคิดความเป็นตัวเรายังไงมันเกาะหนึบติดแน่นกับเราไม่ไปไหนหรอก อย่างตัวชายนิรนามอาจมีด ้านบวกในการใช้ชีวิตมากขึ้นเพราะไม่ถูกตีตราว่าเป็นลูกฆาตกร แต่ความกลัวความกังวลใจยังไงมันยังคงอยู่
ในเล่มยังเปิดประเด็นการยกเว้นโทษประหารว่าควรหรือให้โอกาสอีกด้วย
ทั้งหมดมันเกี่ยวพันกับต้นเรื่องนั่นแหละ แต่อ่านแล้วยังรู้สึกว่าเอ้อระเหยไปหน่อยนึง แต่อย่างที่เคยโพสต์เล่มนี้ทำให้เราได้รู้ศัพท์ใหม่มาหนึ่งคำคือคำว่า พงศาวลี เป็นเรื่องดีๆ จากการอ่านของตัวเอง เพราะส่วนตัวไม่เคยผ่านตาคำนี้มาก่อน
การอ่านหนังสือ "ชายนิรนาม" นี้เปิดมุมมองใหม่ให้กับผมอย่างมากในเรื่องของการลบเลือนตัวตนและการเป็นคนอื่นในสังคม ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการเปลี่ยนชื่อหรือหลบหนีคดี แต่ยังสื่อถึงความเจ็บปวดทางจิตใจที่เกิดจากอดีตและสถานะสังคมที่ผูกมัดบุคคลอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่โดดเด่นสำหรับผมคือการวิเคราะห์ตัวละครทนายความที่มีสายเลือดเกาหลีแต่ถือสัญชาติญี่ปุ่น การพยายามทำตัวกลมกลืนในสังคมที่มองว่าเขาเป็นคนนอกสะท้อนปัญหาการยอมรับในความหลากหลายทางชาติพันธุ์อย่างแยบยล และทำให้ผมนึกถึงการอ่าน "ปาจิงโกะ" ที่สื่อสารในบริบทเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าการเป็นคนต่างชาติในญี่ปุ่นไม่ได้หมายความแค่เรื่องภายนอกแต่ลึกถึงความรู้สึกที่เข้มข้นของการยังไม่ถูกยอมรับเต็มที่ ในฐานะที่เป็นผู้อ่านซึ่งเคยเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ครอบครัว ผมเข้าใจความเครียดที่ภรรยาและลูกต้องเจอเมื่อต้องเผชิญกับสามีที่เปลี่ยนไปในแบบที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ความต้องการแค่ "พ่อที่ดี" หรือ "สามีที่อยู่เคียงข้าง" เป็นความปรารถนาเรียบง่ายแต่มีพลังทำลายล้างเมื่อมันขาดหายไป การฆ่าล้างความสัมพันธ์เกิดขึ้นแบบค่อย ๆ และเงียบเชียบเหมือนภัยซึมลึก ประเด็นเรื่องการยกเว้นโทษประหารที่เปิดในเล่ม ก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเป็นมนุษย์ในสังคม พร้อมกับความหวังและความผิดพลาดที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงตัวตนภายนอกอาจทำให้สถานะสังคมเปลี่ยนแปลง แต่หัวใจและจิตใจยังคงเป็นเหมือนเดิม เป็นเรื่องที่น่าคิดและทำให้ผมสะท้อนตัวเองว่าเราหนีตัวเองไม่ได้จริง ๆ สุดท้าย การเรียนรู้คำว่า "พงศาวลี" จากหนังสือเล่มนี้ก็เพิ่มคุณค่าในการอ่านของผม เพราะคำนี้สื่อถึงความทรงจำและเรื่องราวที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นแก่นแท้หนึ่งที่ทำให้เรื่องเล่าเชื่อมโยงกับความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง สำหรับใครที่ชอบอ่านหนังสือที่เน้นเรื่องจิตวิทยาและสังคมหรือกำลังมองหางานวรรณกรรมญี่ปุ่นที่เข้มข้น แนะนำให้ลองอ่านเล่มนี้ดูแล้วจะพบความน่าสนใจที่มากกว่าการเป็นแค่เรื่องเล่าเกี่ยวกับความตายและความเป็นอื่นในสังคม
