ฟอพัส vs เลิฟไม่ขอบตา
ถ้าเทียบกันระหว่าง ฟอพัส (Forpus) และ เลิฟเบิร์ดไม่ขอบตา (Non-masked Lovebird) แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นนกแก้วจิ๋วตระกูลสเปกตรัมสีสันสดใส และเป็นนกกระเป๋า (Pocket Parrot) เหมือนกัน แต่นิสัยและพฤติกรรมมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยครับ
สรุปความต่างของนิสัยทั้งสองสายพันธุ์ออกมาเป็นหัวข้อได้ดังนี้ครับ:
1. ฟอพัส (Forpus): "จิ๋วแต่แจ๋ว มั่นใจเกินร้อย"
ฟอพัสเป็นนกที่ขึ้นชื่อเรื่องความใจใหญ่ มักจะลืมไปว่าตัวเองตัวเล็กนิดเดียว
บุคลิกเด่น: มีความมั่นใจในตัวเองสูง (มาก) กล้าหาญ ดื้อรั้น และมีความเป็นเจ้าของสูง (Territorial)
ความผูกพัน: มักจะเลือก "รักเจ้าของคนเดียว" (One-person bird) ค่อนข้างติดเจ้าของมาก แต่ถ้าไม่ถูกใจหรือมีคนอื่นเข้ามาใกล้คนที่เขาพรีเฟอร์ อาจจะมีอาการหวงและจิกกัดได้
พลังงานและการเล่น: พลังงานเหลือล้น ชอบสำรวจ ชอบท้าทาย มักคิดว่าตัวเองเป็นนกแก้วตัวใหญ่ในร่างนกจิ๋ว สามารถฝึกให้เล่นลูกเล่น (Tricks) ได้ง่ายเพราะความฉลาดและมีความกระตือรือร้น
ความสงบ: นิ่งกว่าเลิฟเบิร์ดในแง่ของเสียง เสียงร้องปกติค่อนข้างเบา (ยกเว้นตอนโวยวายหรือตกใจ) เหมาะกับคนอยู่หอพักหรือคอนโด
2. เลิฟเบิร์ดไม่ขอบตา (Non-masked Lovebird): "ร่าเริง ติดสกินชิพ อารมณ์อ่อนไหว"
เลิฟเบิร์ดสายไม่ขอบตา จะมีความซอฟต์และเข้าหาคนได้ง่ายกว่าสายขอบตาเล็กน้อย แต่ยังคงเอกลักษณ์ความตื่นตัวสูง
บุคลิกเด่น: ร่าเริง แจ่มใส ขี้เล่น และเป็นมิตรกับคนในบ้านได้หลากหลายกว่า (ถ้าฝึกมาอย่างดี) แต่ก็มีมุมอารมณ์แปรปรวน (Moody) ได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงฮอร์โมนวัยเจริญพันธุ์
ความผูกพัน: ชื่อ "Lovebird" ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเขาต้องการความรักและการดูแลเอาใจใส่สูงมาก ชอบซุก ชอบไซ้ ชอบอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา ถ้าเลี้ยงเดี่ยวต้องมีเวลาให้มากๆ ไม่งั้นอาจเหงาและเครียดได้
พลังงานและการเล่น: ไฮเปอร์มาก ชอบแทะ (แทะทุกอย่าง กระดาษ ไม้ เสื้อผ้า) ชอบบินไปมาและเล่นของเล่นอย่างบ้าคลั่ง
ความสงบ: เสียงดังและแหลมกว่าฟอร์พัสอย่างเห็นได้ชัด มีการร้องคุยร้องเตือนเกือบทั้งวัน
จากประสบการณ์การเลี้ยงนกแก้วจิ๋ว เราจะพบว่าการทำความเข้าใจนิสัยพื้นฐานของแต่ละสายพันธุ์เป็นกุญแจสำคัญในการดูแลให้นกมีความสุขและสุขภาพดี สำหรับฟอพัส นอกจากความมั่นใจและความเจ้าของที่สูงแล้ว ควรจัดที่อยู่ที่มีพื้นที่สำหรับนกสำรวจ เพราะพวกเขาชอบท้าทายและเล่นลูกเล่น ซึ่งจะช่วยลดความเครียดและส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวก ส่วนเลิฟเบิร์ดไม่ขอบตานั้น ต้องให้ความสำคัญกับการสัมผัสสกินชิปและเวลาที่ใช้ร่วมกัน เพราะความรักและการใกล้ชิดมีผลต่อความสุขของนกสายนี้มาก หากปล่อยให้อยู่คนเดียวโดยไม่มีปฏิสัมพันธ์ อาจทำให้นกเครียดหรือซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ เลิฟเบิร์ดมีระดับเสียงที่ดังและแหลม จึงควรจัดวางกรงในพื้นที่ที่ไม่รบกวนผู้อื่น แนะนำให้เจ้าของทั้งสองสายพันธุ์เตรียมของเล่นที่หลากหลาย เพื่อกระตุ้นพลังงานและฝึกฝนสติปัญญาของนก ช่วยให้พวกเขามีพฤติกรรมที่สมบูรณ์และป้องกันอาการเบื่อหน่าย อีกทั้งควรสังเกตพฤติกรรมอารมณ์เนื่องจากนกแต่ละตัวมีระดับความอ่อนไหวแตกต่างกัน การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมและเจ้าของอย่างใกล้ชิดจะช่วยสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้น สุดท้าย การเลือกนกแก้วย่อมขึ้นอยู่กับความชอบและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ หากคุณชอบนกที่มีนิสัยกล้าแสดงออก และชอบฝึกฝนลูกเล่น ฟอพัสจะเหมาะกับคุณ แต่ถ้าต้องการเพื่อนนกที่ขี้เล่น รักใกล้ชิดและต้องการความรักสูง เลิฟเบิร์ดไม่ขอบตาก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเช่นกัน
























