Automatically translated.View original post

Catch the wrong gear. Be careful of losing 5000.

Many people may think that just "what is on the car" does not trouble anyone, but it is actually a criminal offence, section 388, because it is a "public indecent act."

⚖️. Legal penalty.

Not more than 5,000 baht fine

Even if you agree, if you are in a place that others can see, it is wrong.

👉 So do not think that "in a car is a private space," because the law interprets that a car parked in a public space = a public space, such as a parking lot, or along a roadside, if witnessed, may be prosecuted immediately!

🔑. Further summary.

What's on the car = It's not safe on both privacy and the law.

Caught for a maximum fine of 5,000 baht.

If there is a case involving a minor, it may enter Section 278, which is punishable by 20 years in prison and a fine of several hundred thousand baht.

# Law # Traffic law # Car 2 Day # Fines

2025/9/5 Edited to

... Read moreหลายคนเสิร์ชคำว่า “มาตรา 388” เพราะอยากรู้ว่าเข้าข่ายความผิดแบบไหน และกรณี “มีอะไรกันบนรถ” ผิดจริงไหม จากที่เคยอ่านและเช็กข้อมูลกฎหมาย สรุปคือ มาตรา 388 อยู่ในกลุ่มความผิดลหุโทษ และมักถูกอ้างเวลาเกิดเหตุ “ทำสิ่งที่ส่ออนาจาร/ไม่เหมาะสม” ในที่ที่คนทั่วไปเข้าถึงหรือมองเห็นได้ ซึ่งกฎหมายมองว่าเป็นการกระทำในที่สาธารณะ แม้คนทำจะยินยอมกันทั้งสองฝ่ายก็ตาม สิ่งที่หลายคนพลาดคือเข้าใจว่า “รถยนต์เป็นพื้นที่ส่วนตัว” แต่ในทางปฏิบัติ ถ้ารถจอดหรืออยู่ในพื้นที่ที่คนอื่นสามารถพบเห็นได้ เช่น ลานจอดรถสาธารณะ ข้างทาง จุดชมวิว ลานหน้าห้าง หรือแม้แต่ที่จอดคอนโดที่มีคนเดินผ่านได้ ก็มีความเสี่ยงจะถูกมองว่าเป็น “ที่สาธารณะ” ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะถ้ามีคนเห็นแล้วมีการร้องเรียนหรือเป็นพยาน แล้วอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงเข้ามาตรา 388 มากขึ้น? จากประสบการณ์อ่านเคสข่าว/คำอธิบายกฎหมาย มักหนีไม่พ้นเรื่อง “การมองเห็นได้” และ “สถานที่” เช่น กระจกไม่ทึบ แสงในรถเปิดชัด จอดในมุมที่คนเดินผ่านเยอะ หรือมีเหตุให้คนสังเกตเห็นได้ง่าย พูดง่าย ๆ คือไม่ได้วัดที่เจตนาอย่างเดียว แต่วัดที่ผลกระทบต่อสาธารณะและโอกาสที่ผู้อื่นจะพบเห็นด้วย โทษของมาตรา 388 ที่คนสนใจคือ “ปรับไม่เกิน 5,000 บาท” ซึ่งเป็นเพดานโทษปรับตามที่บทความพูดถึง แต่สิ่งที่อยากย้ำคือ ถ้าเหตุการณ์ไปไกลกว่านั้น เช่น มีการบันทึกคลิปเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น หรือมีประเด็นเกี่ยวกับผู้เยาว์ คดีอาจไม่จบแค่ปรับ และอาจถูกพิจารณาตามบทกฎหมายอื่นที่หนักกว่าได้ ถ้าอยากเลี่ยงปัญหาแบบตรงจุด ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติที่คิดว่าเวิร์กคือ “อย่าทดลองกับพื้นที่ก้ำกึ่ง” เพราะสุดท้ายความเสี่ยงไม่ใช่แค่เรื่องค่าปรับ 5,000 บาท แต่เป็นเรื่องประวัติคดี ความอับอาย และความยุ่งยากเวลาถูกเรียกสอบ/มีพยานเห็น ดังนั้นถ้าเจอคำว่า มาตรา 388 ในบริบทนี้ ให้จำคีย์เวิร์ดไว้เลยว่า “อนาจารในที่สาธารณะ” และ “มองเห็นได้ = เสี่ยง”