Automatically translated.View original post

⚔️ New Tax Year 69 = Breaking Point of the Thai-Chinese-Japanese EV War

⚔️ New Tax Year 69 = Breaking Point of the Thai-Chinese-Japanese EV War

Anyone who adjusts slowly has the right to "fall off the curve" from the Thai market. 🚗💨

China Electric has a 0% tax + a hundred thousand baht subsidy. 💸

But a Japanese hybrid has to pay an extra tax... from 4% to 9%. 😭

Honda in the middle of the journalistic circle.

"We can't fight China...The price, the option, the design, but we won't give up! "

As the Chinese EV invaded Thailand, creased!

BYD, MG, ORA Selling Less Than A Million Items - Full Option, Intrusive Design, Selling So Well That Japanese Camp Can't Breathe All Over The Belly

The Japanese part that held the Hybrid for a long time...Today turned out to be a "dead end."

💬 because state policies push for the most EV rights.

But don't mind the Hybrids that have long helped reduce pollution.

Finally, the person who hurts...Is a Japanese camp that has invested in Thailand for decades

Information: Economic base

# Electric car # Honda # evmarket # EVcar # New Car Tax 2569

2025/11/12 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลังเล็งซื้อรถปี 2569 แล้วเจอข่าว “ภาษีใหม่” จนงง ๆ ว่าสุดท้ายราคา EV/ไฮบริดจะขยับแค่ไหน เราลองสรุปเป็นแนวคิดที่ใช้ตัดสินใจได้จริงจากภาพรวมที่หลายสื่อพูดตรงกันว่า “รัฐหนุน EV ล้วน (BEV) หนักสุด” และทำให้ฝั่งไฮบริดเสียเปรียบมากขึ้น 1) ภาษีรถยนต์ 2569 ส่งผลกับ “รถใหม่” ยังไงบ้าง ประเด็นใหญ่คือโครงสร้างภาษีทำให้ BEV ได้ความได้เปรียบชัด (ในอินโฟฯ พูดถึงภาษี 0% สำหรับ EV จีน และมีแรงหนุนด้านต้นทุน/มาตรการ) ขณะที่ไฮบริดถูกปรับจาก 4% ไป 9% พอภาษีขยับ แม้เป็นตัวเลขไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่พอคูณกับราคารถจริง ๆ จะสะเทือนได้ โดยเฉพาะรุ่นที่ตั้งราคาไว้ “ชน” EV ต่ำกว่าล้าน 2) แล้ว “ภาษีรถยนต์ 2569 ราคา” จะขึ้นทุกคันไหม? ไม่จำเป็นต้องขึ้นทุกคันแบบทันที เพราะค่ายรถอาจใช้หลายวิธีรับมือ เช่น กดมาร์จิ้น จัดโปรฯ ระบายสต็อก หรือเพิ่มออปชันแล้วคงราคาเพื่อให้ดูคุ้มกว่าเดิม แต่ถ้าต้นทุน/ภาษีเพิ่มต่อเนื่อง สุดท้ายมักสะท้อนออกมาที่ราคา หรืออย่างน้อยก็ทำให้ส่วนลดน้อยลง ใครรอซื้อไฮบริด แนะนำให้เทียบราคา “หลังหักโปรฯ” กับช่วงปลายปีให้ดี 3) ภาษีประจำปีรถไฟฟ้า vs ภาษีสรรพสามิต (คนชอบสับสน) หลายคนค้นหา “ภาษีประจำปีรถไฟฟ้า” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับภาษีสรรพสามิตรถใหม่ ภาษีประจำปีคือภาษีที่จ่ายรายปีตอนต่อทะเบียน (โครงสร้างคิดตามกฎหมายของรถประเภทนั้น ๆ) ส่วนภาษีสรรพสามิต/นำเข้า กระทบตอนซื้อรถใหม่และส่งผลต่อราคาขายมากกว่า เวลาหาข้อมูลให้ดูว่าเว็บนั้นพูดถึงภาษีแบบไหน 4) ค่าชาร์จรถไฟฟ้า 2569 และค่าไฟอัตราก้าวหน้า: ต้องคิดเป็น “ต้นทุนใช้งานจริง” ต่อให้ EV ได้เปรียบด้านภาษี แต่คนใช้จริงควรคำนวณค่าไฟด้วย โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ “ค่าไฟอัตราก้าวหน้า” ถ้าชาร์จที่บ้านบ่อย หน่วยไฟรวมทั้งบ้านอาจไต่ขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อกิโลเมตรไม่ถูกเท่าที่คิด ทางแก้ง่าย ๆ ที่หลายคนทำคือกำหนดเวลาชาร์จช่วงโหลดต่ำของบ้าน, ติดมิเตอร์แยก/วางแผนโซลาร์ (ถ้าคุ้ม) และเทียบกับการชาร์จนอกบ้านที่ราคา/หน่วยต่างกันตามผู้ให้บริการ 5) ถ้าลังเล EV จีน vs ไฮบริดญี่ปุ่น ควรดูอะไรเพิ่ม นอกจากราคา ให้ดู 3 เรื่อง: เงื่อนไขแบตและศูนย์บริการ, ค่าใช้จ่ายยาง/ประกัน/ซ่อมบำรุงจริง, และมูลค่าขายต่อในตลาดมือสอง เพราะ “ภาษีปี 2569” ทำให้การแข่งขันด้านราคาดุขึ้น รถที่คุ้มวันนี้อาจถูกกดราคาในอนาคตได้ สรุปของเรา: ปี 2569 ใครจะซื้อรถ ควรตั้งโจทย์ก่อนว่าเน้น “ราคาเข้าถึง + ออปชัน” (EV ได้เปรียบ) หรือเน้น “ความคุ้นเคยในการใช้งาน + เติมพลังงานง่าย” (ไฮบริดยังมีจุดแข็ง) แล้วค่อยไล่เช็กภาษี ค่าชาร์จ และต้นทุนใช้งานรวม จะตัดสินใจได้ไม่พลาดครับ